สุขภาพ

ปัญหาเกี่ยวกับช่องปาก 

คุณเคยคุยกับใครแล้วเกือบต้องเสียมารยาทหันหน้านี้เขาคนนั้นบ้างไหม กลิ่นอะไรมันจะรุ่นแรงมากมายขนาดนั้น หากว่าคุณเคยรู้สึกแบบนี้ แล้วคุณเคยสำรวจกลิ่นปากของตัวเองบ้างไหมว่า เวลาที่คุณคุยกับใคร มีใครมีอาการไม่อยากคุยกับคุณบ้างหรือเปล่า ปัญหากลิ่นปากมีที่มาหลายเหตุผล ทั้งเรื่องอาหารที่เรารับประทานเข้าไป หรือเราเป็นโรคเกี่ยวกับในช่องปาก เช่น ปัญหาเหงือกอักเสบหรือปัญหาฟันผุ หากคุณลองสำรวจตัวเองแล้วพบว่ากำลังเริ่มเข้าข่ายของการมีปัญหานี้ หรือไม่อยากเจอปัญหาเกี่ยวกับ ช่องปากอยางนี้ เรามาหาวิธีดูแลช่องปากของเรากันเถอะ

เริ่มจากการหาสาเหตุที่ทำให้เราปากเหม็นกันก่อนค่ะว่าเกิดได้จากสาเหตุอะไรบ้าง จากการศึกษามาพบว่าสาเหตุของปากเหม็นนั้นมาจาก 

  • อาหารที่เรากินเข้าไปนี่ละค่ะ เพราะอาหารบางชนิดมีกลิ่นฉุนรุนแรงดังนั้นเมื่อทานเข้าไปจึงทำให้เรามีกลิ่นปากได้
  • นอกจากอาหารแล้วเครื่องดื่มที่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิดและแม้แต่การสูบบุหรี่ก็เป็นตัวการทำให้ปากเรามีกลิ่นเหม็นได้เหมือนกัน
  • ปัญหาสุขภาพในช่องปากและฟัน ซึ่งปัญหานี้มีผลต่อกลิ่นเหม็นในช่องปากของเราเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องฟันผุ การมีเศษอาหารติดตามซอกฟัน หรือเกิดจากปัญหาเหงือกอักเสบ 
  • การเป็นโรคบางชนิดก็มีผลเกี่ยวพันธ์กับช่องปากเหมือนกัน เช่นโรคไซนัสอักเสบ  โรคเกี่ยวกับปอด  หรือโรคทอนซิบอักเสบ ดังนั้นการเป็นโรคต่างๆเหล่านี้ ควรรีบไปรักษากับแพทย์ที่ชำนาญการโดยด่วน 
  • นอกจากโรคต่างๆแล้วเรื่องของระบบการย่อยอาหาร ระบบการขับถ่ายไม่ปกติก็มีผลต่อกลิ่นปากของเราทั้งสิ้น 

         ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน เรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยมีผลกระทบต่อการมีกลิ่นปากของเราทั้งสิ้น โดยหากเรามีกลิ่นในช่องปากเราอาจเกิดโรคในช่องปากได้ด้วย มาดูกันว่าโรคในช่องปากมีอะไรบ้าง 

  • โรคร้อนใน  คืออาการเป็นแผลในปากโรคนี้มักจะเป็นๆหายๆ เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • โรครำมะนาด คือการมีหนองที่เหงือก ฟันจะโยกไปมาก มีอาการปวดอักเสบและมีเลือดออกที่ฟัน
  • โรคมะเร็งในช่องปาก สาเหตุเกิดจากมีแผลในช่องนานเกินไป และมักเป็นสำหรับคนที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป 

เพื่อไม่ให้เกิดโรคต่างๆเหล่านี้ เราจึงควรดูแลช่องปากของเราให้สะอาดอยู่เสมอ เช่น การแปลงฟันทุกวันอย่างน้อยเช้าเย็นครั้งละ 3-5 นาที และถ้าเป็นไปได้หลังทานอาหารให้บ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหาร เมื่อเวลาทานอาหารควรกินอาหารที่ช่วยในการทำความสะอาดฟันบ้าง เช่นการกินมันแกว  และควรพยายามใช้ฟันให้ครบทุกซี่ในการเคี้ยวอาหาร หากคุณใส่ฟันปลอมควรถอดล้างทุกครั้งหลังทานอาหาร  พักผ่อนให้เพียงพอ  งดเครื่องดื่มที่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์และควรงดทานอาหารที่ไม่กลิ่นฉุนรุนแรง  ที่สำคัญควรไปพบทันตแพทย์ทุกๆ6 เดือนหรือถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับฟันควรให้หมอฟันรีบรักษาทันที 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

สุขภาพ

การดูแลและรักษารีเทรนเนอร์

รีเทรนเนอร์เป็นเครื่องมือและอุปกรณ์ที่คนจัดฟันนั้นจะรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นอุปกรณ์ที่จะต้องใส่หลังการจัดฟันไปอย่างน้อย5-10ปีนั่นเอง เพื่อที่จะคงสภาพฟันที่ได้ผ่านการจัดมานั้นไม่ให้ล้มหรือผิดทรงไปจากเดิมนั่นเอง และอุปรณ์ในการรักษาหลังการจากฟันเพื่อให้ฟันยังคงสภาพที่สวยงามไว้นักถือว่าเจ้ารีเทรนเนอร์นี้นั้นเป็นปัญหากับหลายๆคนมาก

และเรื่องส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหานั้นไม่ใช่เรื่องการใส่หรือไม่ใส่เพียงเท่านั้นแต่เป็นเรื่องในการดูแลรักษาเจ้ารีเทรนเนอร์นั่นเอง เชื่อว่าหลายคนจะต้องเคยเจอทั้งปัญหาลืมรีเทรนเนอร์บ้าง รีเทรนเนอร์หักบ้าง หรือการเกิดสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับรีเทรนเนอร์นั่นเอง

โดยเรื่องที่พบบ่อยและเป็นปัญหาที่สุดจะเป็นการเก็บรักษาอย่างไรไม่ให้รีเทรนเนอร์นั้นสูญหายหรือเกิดการหายในขณะที่ถอดนั่นเอง เพราะในการใส่รีเทรนเนอร์ในช่วงแรกๆหังการถอดเครื่องมืออกนั้นจะต้องมีการใส่รีเทรนเนอร์อยู่ตลอดเวลาและถอดเฉพาะตอนกินข้าวเท่านั้นและในการออกไปกินข้าวนอกบ้านนั้นจึงเกิดเป็นปัญหาใหญ่ในการลืมรีเทรนเนอร์นั่นเอง ทำให้ต้องเสียเงินในการทำรีเทรนเนอร์ใหม่อยู่หลายครั้งหลายหน และราคาในการทำรีเทรนเนอร์แต่ละครั้งนั้นถือว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงคือ3-4พันบาทเลยทีเดียว 

ทำให้รีเทรนเนอร์นั้นถือเป็นสิ่งที่เกิดรายจ่ายที่สิ้นเปลืองนั่นเอง ซึ่งวิธีการเก็บดูรักษารีเทรนเนอร์ไม่ให้เกิดการสูญหายนั้นสามารถทำได้โดยการใช้กล่องพลาสติกโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการแถมมาให้จากคลินิคพร้อมกับรีเทรนเนอร์นั่นเอง โดยการที่เก็บรีเทรนเนอร์ในกล่องพลาสติกแทนการห่อกระดาษทิชชู่นั้นจะสามารถช่วยในเรื่องการสูญหายอย่างดีมากเพราะเมื่อเราเอารีเทรนเนอร์ใส่กล่องนั้นเพราะเราสามารถตีจะเก็บลงในกระเป๋าได้หรือถ้าหากวางไว้บนโต๊ะเราก็จะสามารถรู้ได้ว่าเราลืมกล่องนั้นคือกล่องของเรานั่นเอง

แต่ถ้าหากเป็นการถอดรีเทรนเนอร์แล้วห่อไว้ในทิชชู่นั้นแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่จะวางบนโต๊ะและมักจะลืมเพรัคิดว่ากองกระดาษทิชชู่นั้นคือขยะนั่นเอง หรือถ้าหากลืมแล้วนึกขึ้นได้แล้วกลับมาเอาที่ร้านที่เรากินข้านั้นเจ้าของร้านก็อาจจะเก็บทิ้งไปแล้วเช่นกันนั่นเองเพราะคิดว่าคือกองขยะนั่นเอง ดังนั้นแล้วการดูแลรักษารีเทรนเนอร์ไม่ให้สูญหายนั้นก็คือการเก็บรักษาใส่กล่องสำหรับใส่รีเทรนเนอร์และนำใส่กระเป๋าดีที่สุดไม่ควรวางบนโต๊ะเช่นกันและการคิดทุกครั้งหลังกินข้าวเสร็จว่าเรานั้นจะต้องสวมใส่รีเทรนเนอร์ ซึ่งการใช้วิธีนี้นั้นถิว่าได้ผลในเรื่องการป้องกันรีเทรนเนอร์สูญหายอย่างมาก เพราะเมื่อเรามีการทำเป็นนิสัยจะทำให้เรานั้นไม่หลงลืมและทำสูญหายนั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

สุขภาพ

ความสุขชั่วคราวกับโรคติดต่อ

คุณเคยต้องผิดหวังกับความรักจนไม่สามารถคิดที่จะมีความรักอีกครั้งไหม แน่นอนว่าหลายๆ คนก็เคยเจอกับความรักที่แย่สุดในชีวิต บางคนเจอบ่อยชินจนรู้ศึกชินชากับเรื่องนี้ แต่บางคนก็เลือกจะปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อทีจะรอค่อยความรักครั้งใหม่ที่ดีกว่าเดิม แต่บางคนก็เลือกที่จะประชดชีวิตของตัวให้แย่กว่าเดิมโดยการมีความสัมพันธ์ทางการกับคนแปลกหน้า

แน่นอนว่าทุกคนต้องเคยเจอความรักที่แย่  ที่ชีวิตนี้ไม่อาจที่จะมามารถมีความรักได้อีกเลย แต่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องประชดชีวิตความรักด้วยการมีความสัมพันธ์ทางกาย กับคนแปลกหน้าไปวัน แต่การที่คุณ      มีอะไรกับคนแปลกหน้าไม่ใช้ว่าไม่ดีถ้าคุณรู้จักที่จะป้องกัน  การป้องกันไม่ใช้แค่ป้องกันไม่ให้ท้องแต่ยังเป็นการป้องกันจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  อย่างโรคเอดส์

แต่เมื่อพูดถึงโรคเอดส์ในสมัยนี้คุณก็คงจะไม่กลัวมันหรอกเพราะสมัยนี้เป็นโรคเอดส์แล้วไม่ตายและไม่ต้องทรมาน  เพราะการแพทย์สมัยนี้นั้นมีความพัฒนาไปมากกว่าสมัยก่อนมาก  ถ้าคุณไปพบแพทย์การที่กำหนดคุณก็ไม่ต้องทรมาน แต่คุณคงจะลืมไปว่าต่อให้ยาดีแค่ไหนช่วยบรรเทาความทุกทางกายของคุณได้  แต่ยาเหล่านั้นไม่สามารถที่จะช่วยบรรเทาความทุกทางจิตรใจได้ เพราะคุณอาจะลืมมองคนรอบข้างว่า  ถ้าเขารู้ว่าคุณติดโรคจากการมีความสัมพันธ์ทางกายกับคนแปลกหน้า

เพราะต้องการที่จะประชดชีวิตความรัก เขาคงเอาเรื่องของคุณไปพูดในทางที่ไม่ดีอย่างแน่นอน เพราะเขาคงจะไม่เข้าใจในเหตุผลที่คุณนั่นทำไปจนเกิดความผิดพลาด โดยการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างโรคเอดส์    ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  มีเพียงแค่กินยาเพื่อบรรเทาอาการไม่ให้หนักไปมากกว่านี้        ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเลือกได้คุณคงจะไม่อยากให้เรื่องแบบนี้  มันเกิดต้องมาเกิดกับชีวิตคุณ เพราะลำพังกับความรักที่แย่แล้วชีวิตยังต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้อีก

ต่อให้คุณจะผิดหวังความรักมามากมายแค่ไหน  แต่คุณก็ไม่ควรจะเอาชีวิตที่มีค่าของคุณไปเสี่ยงกับการที่จะติดโรค เพราะคุณสามารถเลือกที่จะปรับเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้นกว่าเดิม แล้วพอถึงเวลานั้นอาจจะมีใครสักคนที่รักคุณจริงเข้ามาอย่างแน่นอน  โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องประชดชีวิตด้วยการทำอะไรแย่ๆ แบบนั้นลงไป

 

 

ขอบคุณ  ชุดตรวจ hiv  ที่ให้การสนับสนุน

สุขภาพ

การวิ่งดีอย่างไร

การวิ่งดีอย่างไรทำไมเราจึงควรต้องออกไปวิ่งกัน แน่นอนว่าสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญและสุขภาพในที่นี่นั้นไม่ได้หมายถึงสุขภาพกายเพียงอย่างเดียวแต่รวมไปถึงสุขภาพใจด้วยนั่นเอง ซึ่งการวิ่งนั้นเป็นการออกกำลังกายที่เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ทำให้มีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นและเกิดการเผาผลาญพลังงานจากการวิ่ง การวิ่งนั้นสามารถช่วยลดน้ำหนักและเห็นผลได้จริงหากมีการวิ่งที่เหมาะสมและต่อเนื่อง

การวิ่งนั้นนอกจากจะได้ความแข็งแรงของร่างกายแล้วนั้น ยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้และนอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อด้วย และสามารถช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงและทำให้อาการเหล่านี้ดีขึ้นได้ด้วย และสุขภาพทางใจที่ดีขึ้นเพราะเมื่อเวลาที่เราวิ่งนั้นเราจะได้อยู่กับตัวเองทำให้เรานั้นมีสมาธิมากขึ้นและช่วยในเรื่องการทำงานที่ดีขึ้นทำให้เรามีสมาธิจึงสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆให้ดีขึ้นได้นั่นเอง เมื่อเรามีจิตใจที่ดีแล้วนั้นก็จะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น และเมื่อเราได้ไปร่วมวิ่งกับคนอื่นๆหรือเพื่อนๆก็ทำให้เราได้เปิดมุมมองของตัวเองเพิ่มมากขึ้น ได้ในเรื่องการเข้าสังคมการมีเพื่อนการได้ปรึกษาหารือที่หมู่เพื่อนที่ได้ร่วมวิ่งด้วยกันทำให้เราสามารถเอาตัวเองออกจากภาระงานประจำที่เราทำอยู่ได้ และยังไประสบการณ์มุมมองของหลายๆอาชีพจากเพื่อนนักวิ่งด้วยกัน ทำให้เรามีประสบการณ์ในด้านนี้เพิ่มมากขึ้นด้วย

การเตรียมตัวก่อนและหลังในการวิ่ง สิ่งที่สำคัญคือเราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าสุขภาพเราอำนวยแค่ไหน หากเป็นคนที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจหรือผู้สูงอายุอาจจะต้องประเมินเรื่องสุขภาพตัวเองก่อนว่าสามารถออกมาวิ่งได้มากขนาดไหน เรื่องของการแต่งกายควรแต่งกายด้วยชุดที่เหมาะสมในการวิ่งและรองเท้าเป็นสิ่งที่สำคัญในการวิ่งอย่างมากควรเลือกรองเท้าที่เหมาะกับสภาพเท่าและน้ำหนักตัวของเราด้วย การเตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อนออกมาวิ่งหรือการวอร์มอัพเพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมเต็มที่ 

ก่อนออกกำลังกาย 1-2 ชม. ควรรับประทานอะไรรองท้องเสียก่อน เช่นอาหารที่ให้พลังงานพอสมควรเช่น อาหารพวกแป้ง น้ำตาลก็จะสามารถทำให้เราใช้พลังงานที่ดีขึ้นได้ กล้วย เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานที่ดีก่อนออกกำลังกาย และแน่นอนว่าการวิ่งต้องมีการเสียเหงื่ออย่างแน่นอน การดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อนและหลังก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ดังนั้นควรจะดื่มน้ำให้เพียงพอแต่ไม่ควรดื่มเยอะไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการจุกขณะวิ่งได้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

สุขภาพ

สุขภาพผิวแย่ลงเมื่อมองข้ามสิ่งเหล่านี้

คุณกำลังประสบปัญหาเรื่องผิวมองคล้ำอยู่หรือไม่ หรือมีความรู้สึกว่าผิวไม่กระจ่างใส ผิวแห้ง ผิวหยาบกร้าน นานาปัญหาที่เกิดขึ้นกับทั้งสุขภาพผิวหน้า และผิวกาย สิ่งแรกที่เรามักจะโทษอยู่เสมอนั้นก็คือ แสงแดด จริงอยู่นะว่าแสงแดดคือหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิดของเรานั้นแย่ลง เพราะในแสงแดดนั้นมีรังสียูวีที่สามารถทำลายผิวหนังของเราให้ดำ ไหม้ รู้สึกแสบร้อนได้

แต่ในบางทีนั้นเราชอบลืมว่าผลเสียที่เดจากผิวเรานั้นมันมาได้จากสาเหตุอื่นๆได้เช่นกัน และเป็นสาเหตุที่ใครหลายๆคนชอบลืม หรือนึกไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ ซึ่งวันนี้ทางเว็บ  แทงหวยลาว  จะมีอะไรบ้างนั้นแนะนำโดยมีดังนี้

  • อาหารเสริม จริงอยู่ว่าการทานอาหารเสริมจะทำให้ร่างกายเรานั้นดึงสารอาหารตรงนั้นไปใช้ เพื่อเสริมในส่วนที่เราต้องการ แต่ชื่อมันก็บอกอยู่ใช่หรือไม่ว่าคือ “อาหารเสริม” เพราะฉะนั้นแล้วปัจจัยที่สำคัญก็คือ “อาหารหลัก” ถ้าเราไม่ทานอาหารหลักอย่างถูกต้อง การทานอาหารเสริมก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากหนัก ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะหวังผลจากอาหารเสริมกันมาก ในความเป็นจริงมันผิดวิธี อาหารเสริมนั้นเป็นสารอาหารที่จะเข้าไปเสริมกับอาหารหลัก เพื่อให้ระบบกลไกการทำงานนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถ้าหากไม่ทานอาหารหลัก อาหารเสริมก็เหมือนทานไปเสียเปล่า
  • ใช้ครีมผิด ถ้าเรามีความต้องการที่จะให้นั้นมีความขาว ความกระจ่างใส เราจะต้องเลือกใช้ครีมที่เหมาะสมกับความต้องการของเรา ทุกๆครั้งในการเลือกซื้อครีมจะต้องดูส่วนประกอบข้างฉลากให้ดีว่าในครีมนั้นอุดมไปด้วยอะไร ซึ่งสารอาหารหลักๆของผิว วิตามินซี วิตามินเอ คอลาเจน และถ้าหากจะเพิ่มความขาวใสมากขึ้นให้หาครีมที่มีไวท์เทรนนิ่งผสมอยู่ด้วย หลายคนมองข้ามข้อนี้ไปและคิดว่าครีมอะไรก็เหมือนๆกันหมด แท้จริงแล้วไม่เป็นแบบนั้น เพราะครีมมักจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ ฟื้นฟูสภาพผิว และ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

การนอน ถือว่าข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะหลายๆคนนั้นมองข้ามข้อนี้ไปมากกว่าข้ออื่น ถึงแม้ว่าเราจะทานอาหารดี ทั้งอาหารหลักและอาหารเสริม หรือทาครีมที่เหมาะสมกับความต้องการ แต่ถ้าหากนอนดึกแล้วก็เหมือนกับว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดนั้นสูญเปล่า และจะเห็นผลได้ช้าหรือไม่เห็นผลเลย เพราะระบบการซ่อนแซมและฟื้นฟูสภาพผิวจะทำงานช่วงเวลา 23.00 – 02.00 น.

ถ้าในช่วงเวลานี้ไม่ได้นอน เท่ากับว่าเปิดการทำงานของผิวไว้ตลอดเวลา จะไม่การนำสารอาหารที่รับประทานเข้าไปส่งมาฟื้นฟูผิว นอกจะทำให้ผิวกายหยาบกร้าน ผิวหน้าหมองคล้ำ ยังทำให้ใต้ตาของเราเหมือนหมีแพนด้าอีกด้วย ซึ่งเป็นการบ่งบอว่าเรานั้นอยู่ในภาวะการนอนดึกเรื้อรัง ถ้าหากใครอยากมีสุขภาพผิวดีควรจะเข้านอนก่อน 22.00 น. หรือ 22.30 น.

สุขภาพทั่วไป

ผอมทันใจด้วยการดูดไขมัน ดีจริงหรือไม่?

ปัญหาของสาวๆหลายคนนั้นความจริงแล้วก็มีอยู่กี่อย่างหรอก และหนึ่งในนั้นก็คือ ปัญหาไขมันส่วนเกิน สาวๆทุกคนรู้กันหรือไม่ว่าไขมันส่วนเกินนั้นเกิดมาจากอะไร เดี๋ยวเราจะมาอธิบายกันแบบเข้าใจง่ายให้ฟังกันนะ เพราะถ้าหากให้พูดโยงไปถึงทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ก็คงจะคาดน่าจะยาวมากแน่ๆ เอาล่ะ

ไขมันส่วนเกินเกิดจากอะไร? ไขมันส่วนเกินเกิดจากการที่เรานั้นรับประทานอาหารเข้าไปแล้วตกค้าง ไม่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากระบบการเผาผลาญนั้นไม่ดี และหลักๆแล้วไขมันนั้นเกิดการที่เราทานรับน้ำตาลมากจนเกินไป ไม่ว่าจะน้ำตาลโดยตรง หรือ น้ำตาลที่อยู่ในแป้ง อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต

นอกจากจะไม่ให้พลังงานแล้วยังเปลี่ยนให้กลายเป็นไขมันส่วนเกินไปเกาะตามส่วนต่างๆของร่างกายอีกด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ทราบเรื่องนี้และคิดว่าไขมันเกินจากอาหารประเภทมัน ทอด ที่มีน้ำมันเยอะๆเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ ไขมันเหล่านั้นก็มีส่วน แต่เป็นไขมันโดยตรงที่ร่างกายต้องการอยู่แล้ว แต่ก็ต้องควบคุมปริมาณการทานด้วยเช่นกัน เป็นเหตุกังวลใจที่ทำให้สาวๆหลายคนต้องเผชิญอยู่ก็คือไขมันที่เกาะตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นที่แขน หน้าท้อง ต้นขา หรือส่วนอื่นๆ ถ้าให้พูดกันตามตรงการกำจัดไขมันเพื่อรักษาหุ่นนั้นคือ การออกกำลังกาย แต่เพราะว่าการออกกำลังกายนั้นเหนื่อยและต้องใช้เวลานาน

จึงเป็นสิ่งที่ไม่ทันใจสาวๆที่ชอบความเร่งรีบ ความรวดเร็วที่อยากจะให้เห็นผลทันตา ซึ่งในปัจจุบันก็มีนวัตกรรมการศัลยกรรมการดูดไขมันเพิ่มขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์สำหรับสาวๆที่มีไขมันส่วนเกินตามร่างกาย และขี้เกียจออกกำลังกาย แต่อยากมีหุ่นที่ดีขึ้น แน่นอนว่ามันตอบโจทย์จริงๆเพราะการดูดไขมันจะใช้ระยะเวลาภาย 1-2 ชั่วโมงเท่านั้นในการดูดไขมันส่วนเกินในแต่ส่วนออกมา ซึ่งถือว่ารวดเร็วมากหากเทียบกับการออกกำลังกายที่ต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือนไม่ก็เป็นปี แต่จะรู้หรือไม่ว่า หลังจากการดูดไขมันแล้วจะจบ

ถ้าหากยังมีพฤติกรรมการทานอาหารเหมือนเดิม สิ่งหนึ่งที่ควรรู้ไว้เลยคือ การดูดไขมันนั้นได้รับเข็มหรือท่อขนาดใหญ่เข้าไปดูดไขมันใต้ชั้นผิวหนังของเรา ซึ่งทำให้ตรงจุดนั้นกลายเป็นร่องลึกตามขนาดของสิ่งที่นำเข้าไปดูด และจะกลายเป็นจุดที่สะสมไขมันได้ง่ายกว่าเดิม สุดท้ายแล้วนั้นเราก็ต้องกับมาออกกำลังกายให้ตรงจุดนั้นสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาทดแทน

เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อคุณรับประทานอาหารเหมือนเดิมโดยไม่ออกกำลังกาย ไขมันจะเข้าไปสะสมอยู่ตรงที่คุณดูดไขมันออก แล้วส่วนอื่นๆตามร่างกายเช่นเดิม หรือเผลออาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายด้วย

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

สุขภาพทั่วไป

การที่เรานั้นร่วมกินอาหารกับคนที่เป็น HIV   

ในเมื่อเรานั้นไปกินข้าวกินอาหารกับคนที่เรานั้นไม่ค่อยรู้จักแต่ว่าเรานั้นได้ร่วมการที่เรานั้นกินอาหารกัน  แต่ว่าเรานั้นไม่ได้กินช้อนกลางเป็นบางอย่างและก็บางคนนั้นก็ได้กินชิมอาหารด้วยที่ไม่ช้อนกลาง จังทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นกังวลว่าเรานั้นจะติดเชื้อจากการที่เรานั้นเป็นโรคนั้นหรือไม่  

       มีอยู่ครั้งหนึ่งเรานั้นได้ไปร่วมการกินอาหารร่วมกับคนที่ติดเชื้อโดยที่เรานั้นไม่รู้ว่าเขานั้นติดเชื้อ  HIV นั้นเรานั้นจะทำอย่างไรเพราะว่าทำให้เรานั้นเครียดอย่างมากเพราะว่าการที่เรานั้นกินอาหารร่วมกับคนที่เป็นโรคนั้นเรานั้นก็ไม่รู้ว่าเรานั้นจะติดเชื้อไหม  การที่เรานั้นไปร่วมรับประทานอาหารกับเขานั้นโดยที่เรานั้นไม่มีช้อนกลางด้วยยิ่งทำให้เรานั้นเครียดเข้าไป เพราะว่าการที่เรานั้นกินอาหารร่วมกันนั้นทำให้เรานั้นเกิดคิดวิตกว่าเรานั้นอาจจะติดเชื้อจากการที่เรานั้นรับประทานหรือเปล่าเพราะว่าวันนั้นเป็นวันที่เรานั้นไปกินเลี้ยง  และเรานั้นก็ร่วมวงสรรสันกัน จึงทำให้เรานั้นรู้ทีหลังว่าเรานั้นว่ามีบุคลที่เรานั้นร่วมกินอาหารด้วยนั้นเกิดเป็นโรค HIV จึงทำให้เรานั้นเกิดอาการกังวลว่าเรานั้นจะติดเชื้อหรือไม่   

    ดังนั้นเราก็ควรที่จะกินอาหารร่วมกับคนอื่นนั้นเรานั้นก็ควรที่จะแยก  หรือไม่นั้นเรานั้นก็ควรที่จะใช้ช้อนกลาง แต่ด้วยว่าการที่เรานั้นไม่รู้ว่าเรานั้นจะติดเชื้อไหมนั้นเรานั้นก็ควรที่จะไปหาหมอ  เพื่อที่จะทำการตรวจว่าเรานั้นมีอาการที่จะติดเชื้อนั้นหรือเปล่าและเรานั้นก็ควรที่จะบอกหมอนั้นว่าเรานั้นจะเสี่ยงจากการที่เรานั้นเชื้อหรือเปล่าหรือว่าให้หมอนั้นตรวจร่างกายว่าเรานั้นจะติดเชื้อจากการที่เรานั้นกินอาหารร่วมกับคนที่เป็น  

   และเรานั้นควรที่จะปรึกษาคนหมอว่าเรานั้นจะมีวิธีการหลีกเลี่ยงยังไงไม่ให้รู้สึกว่าเรานั้นรังเกียจเขา  เพราะว่าการที่เขานั้นเป็นคนป่วยนั้นเรานั้นก็ไม่ได้รังเกียจแต่ว่าเรานั้นก็ต้องรักตัวเองในการที่เรานั้นใช้ชีวิตในการที่เรานั้นต้องรับผิดชอบกับการที่เรานั้นต้องดำรงอยู่ในต่อชีวิตของเราแต่ว่าเรานั้นก็ไม่อยากที่จะไปเสี่ยงกับการที่เรานั้นติดโรคดังนั้นเรานั้นควรที่จะหาข้อมูลว่าเรานั้นควรที่จะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อคนที่เรานั้นรู้จักเกิดเป็นโรค HIV 

 

 

สนับสนุนโดย  ผลเลือด non reactive แปลว่าอะไร

สุขภาพทั่วไป

โทษของการสูบบุหรี่สำหรับคนสูบบุหรี่

หลายๆคนก็ทราบกันดีว่าบุหรี่มันเป็นสิ่งไม่ดี เปรียบเสมือนสารเสพติดชนิดหนึ่ง แต่ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งสารพิษจากการสูบบุหรี่นั้นสามารถเป็นโทษให้ตัวผู้สูบเองได้ และต่อคนรอบข้างได้อีกเช่นกัน แต่ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงโทษของบุหรี่

สำหรับคนที่สูบที่พิษนั้นจะเข้าไปทำร้ายอวัยวะภายในร่างกายอย่างไรบ้างดังนี้

1.มีความเสี่ยงที่จะตาบอด การสูบบุหรี่เป็นประจำ สารพิษในบุหรี่นั้นจะส่งผลให้ตาเป็นต้อกระจก สามารถสังเกตได้จากการที่ดวงตามีความขุ่นมัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพียงแค่อาการเบื้องเท่านั้น จึงเป็นสัญญาณอันตราย ถ้าหากยังคงสูบไปเรื่อยๆเสี่ยงต่อการตามบอดสนิทถาวร

2.มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ สำหรับบุคคลที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้สูงมาก โดยปกติของร่างกายนั้นจะมีกระบวนการดูดซึมสารพิษ สารแปลกปลอมเข้าสู่กระเลือดและขับออกจากการปัสสาวะ ซึ่งสารนิโคตินที่เป็นสารพิษหลักในบุหรี่รวมถึงสารอื่นๆที่ประกอบอยู่ในนั้น มีคุณสมบัติที่จะสามารถก่อมะเร็งได้ เมื่อการดูดซึม และขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะจึงได้สัมผัสการสารพวกนี้ของบุหรี่อยู่ตลอดเวลา

3.มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ทั้งสองโรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่อันตรายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ สำหรับผู้สูบบุหรี่จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้สูงมาก เพราะสารพิษจากบุหรี่ที่เข้าสู่ร่างกายจะทำให้หลอดเลือดหัวใจหดตัว และตีบลง ส่งผลให้เลือดไม่สามารถลำเลียงไปเลี้ยงหัวใจได้เพียงพอ

4.มีความเสี่ยงเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร นั้นเป็นเพราะว่าสารพิษในบุหรี่จะเข้าไปกระตุ้นทำให้กระเพาะอาหารผลิตน้ำย่อยออกมาเยอะว่าปกติและเกินความจะเป็น ซึ่งจะส่งผลให้กระเพาะถูกกัดกร่อนจนเกิดเป็นแผล หาเป็นเช่นนี้ได้เรื่อยๆจะเกิดภาวะกระเพาะทะลุ และเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็วกระเพาะอาหารได้

5.มีความเสี่ยงที่จะหลอดเลือดหัวใจตีบ ได้มีการมีวิจัยออกมาแล้วว่า ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำนั้นจะเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดสมองตีบและแตกมากกว่าคนปกติสูงมากถึง 10 เท่า ซึ่งส่งผลกระทบที่จะทำให้เซลล์ในสมองฝ่อ และเสื่อมได้ง่าย นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเป็น อัมพฤต อัมพาต และโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

6.มีความเสี่ยงที่ถุงลมโป่งพอง คือการที่เนื้อปอดและถุงลมเล็กๆค่อยๆเสื่อมสภาพลงจนโป่งพอง โดยเฉพาะคนที่สูบบุหรี่บ่อยนั้น สารนิโคติน ไนโตรเจนไดออกไซด์ และสารเคมีต่างๆที่อยู่ในบุหรี่ จะเข้าไปทำลายเซลล์เนื้อเยื้อของปอดและทำให้ถุงลงเล็กๆฉีกขาด

7.สมรรถภาพทางเพศเสื่อม เพราะสารเคมีต่างๆในบุหรี่นั้นจำเข้าไปทำให้เส้นเลือดเกิดการอุดตัน ซึ่งจะส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายได้น้อยลง ทำให้จำนวนอสุจิลดลงและอ่อนแอ

8.มีความเสี่ยงต่อการแท้งลูก สำหรับผู้หญิงที่สูบบุหรี่ในขณะมีครรภ์ สารเคมีในบุหรี่จะทำรกเกาะต่ำ เกิดโรคแทรกซ้อน และเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ

นอกจากนี้บุหรี่ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายส่วนอื่นๆอย่าง ฟันผุ ฝันดำ มีกลิ่นปาก ไอเรื้อรัง มีกลิ่นตัว แก่เร็ว ผมหงอก และมีอาการเหนื่อยง่าย หอบ เล็บเหลือง รู้สึกเบื่ออาหาร รวมไปถึงมะเร็งปอดที่เป็นสาเหตุหลักของารเสียชีวิต

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจเอดส์ ซื้อที่ไหน

สุขภาพทั่วไป

แหล่งอาหารเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกาย

หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่า คอลลาเจน นั้นมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย มันจำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องมี แน่นอนความเมื่อคุณเริ่มอายุเข้า 30 ปีเมื่อไหร่ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น อย่างเช่น กระดูก เมื่ออายุของคุณเพิ่มมากขึ้นสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะสามารถรู้สึกได้คือความเหนื่อยล้า นั้นเป็นระบบการทำงานในร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพลง ทำให้ระบบการทำงานภายในร่างกายทำได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ และรวมไปถึงการสร้างคอลลาเจนในร่างกายด้วย นอกจากนี้นั้นคอลเจนไม่เพียงทำกการดูแลในเรื่องกระดูกและข้อเท่านั้น แต่ยังช่วยในเรื่องของสุขภาพผิวได้อีกด้วยอย่างเช่น ริ้วรอย รูขุมขนกระชับ ผิวเนียนใส เป็นต้น

การที่เราจะเติมเต็มคอลลาเจนให้กับร่างกายนั้นหลายคนมีตัวช่วยในการเสริมสร้างโดยการทานคอลลาเจนแบบสกัดออกมาแล้วทั้งสูตรแบบผงและแบบเม็ด เพื่อให้ได้รับคอลลาเจนในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายต้องการ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการทานคอลลาเจนแบบนั้นหรือทุนทรัพย์น้อย คอลลาเจนยังมีอยู่ในสารอาหารหลากหลายชนิดที่เรานั้นสามารถหาทานได้ทั่วไปจากแหล่งอาหารทางธรรมชาติ มีใครพอจะทราบกันบ้างว่ามีอะไรบ้าง

ซึ่งในบทความนี้เราจะนำแหล่งอาหารที่มีคอลลาเจนแอบซ้อนไว้อยู่ให้ทุกคนได้ทราบกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นมีดังนี้

 

  • ปลา

 

ถือว่าเป็นแหล่งของสารอาหารประเภทโปรตีนชั้นยอดเลยก็ว่าได้ ซึ่งยังถือว่าเป็นแหล่งผลิตคอลลาเจนอีกด้วย ปลาที่มีคอลลาเจนสูงอย่างเช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น

 

  • อะโวคาโด

 

ในอะโวคาโดนั้นเป็นแหล่งผลิตคอลลาเจน นอกจากจะช่วยดูแลเรื่องกระดูกและข้อ ยังช่วยเรื่องของผิวพรรณได้อีกด้วย เพราะในอะโวคาโดนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ

 

  • ไก่งวง

 

ที่อุดมไปด้วยสารคาร์โนซีน ที่จะช่วยในเรื่องของการชะลอวัย ดูแลเรื่องสุขภาพผิว ให้ผิวนั้นมีความยืดหยุ่น จะช่วยทำให้ผิวที่แห้งกร้านมีความชุ่มชื่นเพิ่มมากขึ้น

 

  • วิตามินซี

 

วิตามินซีเป็นสารอาหารที่ควรทานควบคู่กับสารอาหารที่มีคอลลาเจน เพราะวิตามินซีจะเข้าไปช่วยการดูดซึมให้คอลลาเจนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

  • ช็อคโกแลต

 

การทานช็อคโกแลตนอกจากจะทำให้ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดลงได้แล้ว ยังช่วยในเรื่องของการรักษาสุขภาพผิวทุกสภาพอีกด้วย แต่ต้องทานในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากจนเกินไป

 

  • แครอท

 

เมื่อทานไปแล้วจะเข้าไปผลิตคอลลาเจนในร่างกาย เพราะมีวิตามินเอที่สามารถควบคุมการไหลเวียนของเลือดได้

 

  • ถั่ว

 

ในถั่วนั้นมีรดไฮยาลูโรนิและสังกะสี ซึ่งเป็นสารอาหารที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนให้กับร่างกายและเร่งสร้างเซลล์ชั้นผิว

 

  • ผักใบเขียว

 

จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในร่างกายในส่วนของเรื่องผิวให้ดีมากยิ่งขึ้น และยังช่วยในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

 

  • ไข่

 

ถือว่าเป็นอาหารที่หาทานงานและมีสารอาหารเยอะมากอย่างโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ และยังมีคอลลาเจนที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อีกเช่นกัน

 

ขอบคุณ  ชุดตรวจ hiv  ที่ให้เรื่องราวดีๆมานำเสนอ

สุขภาพเกี่ยวกับหู

มาทำความรู้จักอาการหูตึงกัน

            ภาวะอาการหูตึงคือการที่ประสิทธิภาพการได้ยินของหูของเราลดลงอาจจะเกิดกับหูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างก็ได้โดยปกติแล้วระดับความดังของเสียงที่คนเราสามารถได้ยินได้ไม่ควรเกิน 90 เดซิเบล สำหรับคนที่มีอาการหูตึงจะพบว่าระดับการได้ยินเสียงจะน้อยมาก อาจจะได้ยินเสียงที่คนคุยกันปกติเป็นเสียงกระซิบแผ่วๆซึ่งจะสังเกตได้ว่าคนที่มีอาการหูตึงจึงมักจะพูดตะโกนเสียงดังออกมาและต้องให้เราพูดเสียงดังๆให้เข้าฟังใหม่อีกครั้ง

สำหรับโรคหูตึงนั้นเกิดมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น

  1. กลุ่มคนที่ทำงานในพื้นที่ที่มีเสียงดังนานๆ อย่างพวกโรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์  คนกลุ่มนี้มักจะอยู่ในพื้นที่ที่ได้ยินเสียงดังประมาณ 85 เดซิเบลขึ้นไป ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อการได้ยินเพระเสียงที่ดังเกินไปมันจะไปทำลายเซลล๋ในหูชั้นกลาง ซึ่งหากยังต้องทำงานในพื้นที่แบบนี้นานๆก็จะกลายเป็นโรคหูตึงแบบถาวรได้ ดังนั้นการทำงานในพื้นที่แบบนี้จึงสมควรจะใส่ที่อดหูเพื่อช่วยลดระดับความดังของเสียงลง แต่หากลองใส่แล้วยังรู้สึกว่าเริ่มมีปัญหาการได้ยินเสียงควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทหูทันที
  2. บางคนกินยาบางอย่างมากเกินไปก็อาจจะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการหูตึงได้ เพียงหยุดยานั้นก็จะหาย 
  3. บางคนหูตึงเพราะอายุมากขึ้น โดยปกติแล้วคนที่อายุเกิน 60 ขึ้นไปมักจะมีปัญหาการได้ยินเพราะอวัยวะภายในร่างการมีการเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา  ซึ่งหากหูตึงเพราะอายุมากขึ้นจะไม่สามารถรักษาได้ แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ เครื่องช่วยฟัง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กับกลุ่มคนที่มีปัญหาการได้ยินกันเป็นจำนวนมาก
  4. หูตึงที่เกิดมาจากการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งอาจเกิดมาจากแรงกระแทก เช่น อาจโดนตบหูมาอย่างแรง ซึ่งอาการจะเป็นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงกระแทกบางคนอาจแค่หูตึกชั่วคราว แต่บางคนอาจหูหนวกเลย
  5. หูตึงเพราะติดเชื้อในหูชั้นใน ซึ่งต้องรีบไปให้หมอหาสาเหตุของการติดเชื้อจะได้รักษาได้ทันท่วงที
  6. หูตึงที่เกิดจากภาวะน้ำในหูไม่เท่ากัน ซึ่งโรคนี้มีผลกับหูโดยตรง ต้องปรึกษาแพทย์ และรีบรักษาด่วน

         เราสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นของเราก่อนว่าเราอยู่ในภาวะหูตึงหรือไม่ โดยพยายามสังเกตการได้ยินของตัวเราเองว่าเราต้องให้คนอื่นคอยพูดซ้ำๆกับเราบ่อยแค่ไหน หรือเมื่อเราเปิดทีวีดูระดับความดังของเสียงที่เราฟังตัวเลขสูงเกินไปหรือไม่ คนที่นั่งดูทีวีด้วยกันกับเราเขาท้วงติงถึงความดังว่าเราเปิดเสียงทีวีดังเกินไปหรือไม่ ถ้าพบว่าระดับการได้ยินของเรามีปัญหาควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที