ข่าวที่น่าสนใจ

ราคาเพียงแค่ 25 บาทแต่ได้ผัดกระเพราหมูสับจานใหญ่มากจนกลายมาเป็นของดีเมืองสุพรรณ 

           ขณะนี้สถานการณ์การระบาดของไวรัส covid ส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างโดยเฉพาะผลกระทบจากการต้องปิดกิจการของบริษัทการค้าต่างๆทำให้เกิดปัญหาข้าวยากหมากแพงสิ่งที่ตามมาก็คือเวลาที่เราไปซื้อของตามตลาดร้านค้าต่างๆจะเห็นว่าของแพงค่อนข้างมากทำให้ประชาชนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาข้าวของแพงในช่วงนี้กันมาก

         อย่างไรก็ตามแต่เมื่อมีวัตถุดิบราคาแพงขึ้นรอพ่อค้าแม่ค้าก็จำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้าของตนเองตามราคาของวัตถุดิบเพื่อไม่ให้ขาดทุนและยังมีกำไรพอที่จะเลี้ยงดูตนเองและคนในครอบครัวได้ทำให้ในช่วงนี้จะเห็นได้ว่าร้านอาหารตามสถานที่ต่างๆถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ร้านเพิงข้างทางเท่านั้นแต่ราคาข้าวราดแกงหรือแม้แต่อาหารตามสั่งก็มีราคาเพิ่มสูงขึ้นดังจะเห็นได้จากหากเราไปเดินซื้อกินข้าวอาหารตามสั่งจะเห็นว่าตอนนี้ราคาจะตกอยู่ที่จานละเกือบ 50 บาทซึ่งยังไม่รวมไข่ดาวหรือไข่เจียวถ้าหากเราจะกินเพิ่ม 

         แต่เมื่อวันที่ 22 เดือนตุลาคมปีพศ2563 ได้มี Facebook อันหนึ่งโพสต์ภาพข้าวผัดกระเพราจานใหญ่เบ้อเร่อโดยมีการระบุเอาไว้ว่าข้าวผัดกระเพราจานนี้เขาซื้อมาในราคาเพียงแค่ 25 บาทเท่านั้นซึ่งเขายืนยันว่าภาพไม่ได้มีการตกแต่งแต่อย่างใดเป็นภาพถ่ายจากกล้องโทรศัพท์มือถือตามปกติและเขาเป็นคนกินเองในการกินข้าวผัดกระเพราจานนี้ในราคา 25 บาททำให้เขานั้นถึงกับจุกเลยทีเดียว

           และเมื่อมีภาพพร้อมกับข้อความนี้ออกไปค้นในโลกออนไลน์ก็ต่างกันมาถามพิกัดของร้านนี้กันเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเนื่องจากว่าจำนวนข้าวผัดกระเพราที่เยอะกับราคาที่ถูกทำให้หลายคนอย่างที่จะไปลิ้มลองอาหารจานเด็ดของร้านแห่งนี้กันมากดังนั้นจึงเกิดสถานการณ์การติดตามหาร้านนี้ซึ่งกลายมาเป็นว่าร้านดังกล่าวนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาในช่วงค่ำคืนเลยทีเดียวโดยร้านอาหารนี้เป็นร้านของคุณลงที่เปิดอยู่ตรงบริเวณวัดหนองตาสามจังหวัดสุพรรณบุรีด้วยเปิดมานานหลายปีแล้วเป็นที่รู้จักกันดีของคนในพื้นที่ซึ่งคนส่วนใหญ่ระบุว่าตากับยายที่เป็นเจ้าของร้านเป็นคนอัธยาศัยดี 

          สำหรับใครที่สงสัยว่าเหตุใดร้านอาหารตามสั่งของตากับยายร้านนี้ถึงมีราคาถูกมากกว่าร้านอื่นๆนั้นต่างก็พากันวิเคราะห์ไปต่างๆนานาซึ่งหนึ่งในหัวข้อที่ทุกคนสามารถวิเคราะห์ออกมาได้นั่นก็คือภาคใดน่าจะมีต้นทุนที่ถูกกว่าร้านอื่นๆเช่นต้นทุนของการใช้แก๊สหุงต้มในการผัดอาหารเพราะที่ร้านของตากับยายนี้ยังใช้เตาธรรมชาติก็คือใช้เตาถ่านนั่นเองจึงเชื่อว่าสามารถที่จะลดต้นทุนได้มากและเป็นสาเหตุที่ทำให้อาหารร้านของตากับยายนี้มีราคาถูกกว่าร้านอื่นๆ

 

สนับสนุนโดย  จับยี่กี vip คืออะไร

ข่าวที่น่าสนใจ

สุพรรณบุรีจัดงานแต่งงานไม่สน covid-19  ผู้ว่าสั่งเอาผิดเจ้าภาพ 

           กลายเป็นเรื่องราวโด่งดังอยู่ในขณะนี้เมื่อที่จังหวัดสุพรรณบุรี   ในเขตพื้นที่อำเภอบางปลาม้าได้มีประชาชนจัดงานแต่งงานขึ้นเมื่อวันที่ 18 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2564    โดยการจัดงานแต่งงานในครั้งนี้มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่มีแขกไปร่วมงานหลายร้อยคนและที่สำคัญยังมีการจัดแสดงดนตรีตั้งเป็นวงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่พร้อมทั้งยังมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง facebook

           สำหรับการจัดงานแต่งงานในครั้งนี้นั้น  ผู้ที่เป็นเจ้าภาพการจัดงานแต่งงานในครั้งนี้มีตำแหน่งหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านซึ่งทราบเรื่องดีอยู่แล้วว่าทางราชการได้มีคำสั่งว่าจังหวัดสุพรรณบุรีนั้นห้ามมีการจัดงานแต่งงานและถ้ามีคนมาชุมนุมรวมกันเกิน 50 คนอีกทั้งยังห้ามมีการจัดตั้งวงดนตรีและห้ามกินเหล้าอีกด้วย

         แต่ทางด้านเจ้าภาพที่จัดงานแต่งงานนั้นไม่สนข้อห้ามดังกล่าวและที่สำคัญก่อนที่งานแต่งงานจะเริ่มฝ่ายเจ้าบ่าวได้มีการโพสต์ใน Facebook ส่วนตัวของตนเองว่าจะมีการวัดใจในการจัดงานแต่งงานในครั้งนี้ว่าจะออกหัวหรือก้อยเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ทางด้านเจ้าภาพที่จัดงานแต่งงานนั้นได้รับเตือนมาจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าไม่อนุญาตให้มีการจัดงานแต่งงานเนื่องจากว่าสุพรรณบุรีนั้นเป็นจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดง

        สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้เห็นไลฟ์สดผ่านทาง facebook จึงได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับทางด้านเจ้าภาพพร้อมทั้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมายังพื้นที่จัดงานแต่งงานและเข้าจับกุมเจ้าภาพในข้อหาฝ่าฝืนการกระทำความผิดซึ่งจะต้องมีการโดนลงโทษตามกฎหมาย

        สำหรับการแต่งงานในครั้งนี้ว่ากันว่าภายในงานนั้นมีคนไปเป็นจำนวนมากและที่สำคัญคนที่มาร่วมงานนั้นไม่มีใครสงสัยหน้ากากอนามัยเลยซึ่งนี่จะเป็นการเปิดโอกาสให้ไวรัสนั้นแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว  

           สำหรับจังหวัดที่เป็นจังหวัดในเขตพื้นที่สีแดงซึ่งเป็นจังหวัดที่ระบุว่ามีการระบาดของไวรัสโควิf-19  รวมถึงมีคนติดเชื้อไวรัส covid เยอะนั้น  ประชาชนทุกคนควรจะต้องมีจิตสำนึกเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลตนเองด้วยการออกจากบ้านต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยและที่สำคัญควรจะต้องงดการทำกิจกรรมใหญ่ๆอย่างเช่นการจัดงานบวชหรืองานแต่งงานซึ่งการจัดกิจกรรมแบบนี้สามารถทำได้เพียงแต่ว่าควรจะเป็นแบบภายในที่มีคนมาร่วมงานเพียงไม่กี่คนเท่านั้นเพราะต้องป้องกันการระบาดของไวรัสโควิค

           ดังนั้นการที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าภาพที่จัดงานแต่งงานในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วเพื่อได้เป็นการทำให้คนทั้งประเทศได้เห็นว่าการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายอย่างที่เจ้าภาพที่จังหวัดสุพรรณบุรีจัดงานแต่งงานนี้ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    แทงหวย

ข่าวที่น่าสนใจ

รุมจวก สนั่นโซเชียล เมื่อมีผู้ชายฉีกใบสั่งโชว์ ลง Application tiktok

      เดี๋ยวนี้เวลาใครทำอะไรนิดๆหน่อยๆก็มีการอัดคลิปหรือไม่ก็ถ่ายรูปแล้วก็แชร์ในโลกโซเชียลด้วยปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่มักจะมีการอัดคลิปการกระทำของตนเองลงใน Application tiktok   ซึ่งเมื่อวันที่ 23 เดือนมีนาคมปีพศ 2564   ในโลกออนไลน์ กลุ่มผู้เล่นโซเชียลมีเดียทั้งหลายต่างก็มีการพูดถึงคลิปของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งได้มีการถ่ายคลิปของตนเองแล้วนำไปโพสต์เผยแพร่ลงใน Application tiktok

        สำหรับคลิปดังกล่าวนั้นเป็นคลิปที่ผู้ชายคนหนึ่งเขากำลังฉีกเอกสารฉบับหนึ่งซึ่งออกมาจากทางราชการโดยถ้าดูในคลิปจะเห็นได้ว่าเป็นใบสั่งจากโรงพักแห่งหนึ่งที่ส่งมายังชายหนุ่มคนดังกล่าวโดยในคลิปจะเห็นได้ว่าเขาได้มีการฉีกเอกสารที่เป็นใบสั่งทิ้งพร้อมกับโยนเศษกระดาษลงในแม่น้ำ 

     แน่นอนว่าเมื่อคนในโลกโซเชียลได้เห็นคลิปดังกล่าวใน Application tiktok  ต่างก็ออกมาวิจารณ์และต่อว่าชายคนดังกล่าวเป็นจำนวนมากกันเลยทีเดียวซึ่งส่วนใหญ่มองว่าผู้ชายคนดังกล่าวไม่ควรที่จะมีการถ่ายคลิปเป็นการฉีกเอกสารใบสั่งแล้วนำมาโพสต์ลงในโซเชียลแบบนี้เพราะมองว่าการเอกสารซึ่งออกจากทางราชการนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย  

         อีกทั้งยังพากันต่อว่าชายหนุ่มว่าควรจะมีการไปจ่ายเงินค่าใบสั่งเพราะหากชายคนดังกล่าวทำผิดกฎหมายทำผิดกฎการจราจรจริงก็ควรจะจ่ายค่าปรับและไม่ควรโชว์กร่างด้วยการฉีกเอกสารทิ้งแล้วนำมาแชร์ในโลกออนไลน์แบบนี้ 

       ภายหลังจากคลิปของชายคนดังกล่าวโด่งดังไปทั่วในโลกออนไลน์เขาก็ได้ออกมาชี้แจงกับคลิปที่มีการโพสต์ลงใน Application x บอกว่าเขาได้มีการไปจ่ายเงินค่าจับใบสั่งที่เขาฉีกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาจึงได้มีการฉีกใบสั่งทิ้งและยังมีการต่อว่าคนในโลกโซเชียลอีกด้วยว่าไม่ควรวิจารณ์คนอื่นและไม่ควรที่จะโลกสวยจนเกินไป

      นอกจากนี้ใช่คนดังกล่าวยังได้ชี้แจงอีกว่าทุกคนที่ทำความผิดขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนดเมื่อได้ใบสั่งส่งไปถึงบ้านย่อมมีการไปจ่ายเงินเสียค่าปรับกันทุกคนอยู่แล้วหลังจากนั้นใครจะทำอะไรกับใบสั่งก็ได้ดังนั้นเขาจึงเป็นคนหนึ่งที่จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้มาทำลายใบสั่งทิ้งนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามเรื่องนี้คนในโลกออนไลน์ยังต้องการที่จะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องของใบสั่งโดยตรงออกมาตรวจสอบว่าชายคนดังกล่าวนั้นได้มีการไปจ่ายค่าปรับจริงหรือไม่หรือว่ายังไม่มีการไปจ่ายเงินค่าปรับซึ่งถ้าหากว่ายังไม่มีการจ่ายเงินทางคนในโลกออนไลน์ก็ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายกับชายคนดังกล่าวเพราะถือว่าทำผิดกฎหมายในการทำลายเอกสารราชการและยังทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลองอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.    ชุดตรวจ hiv

ข่าวที่น่าสนใจ

คนญี่ปุ่นถูกสาวไทยหลอกลงทุน เสียหายมากว่า 30 ล้านบาท 

                  เมื่อวันที่ 12 เดือนมีนาคมปีพศ. 2564 ผู้สื่อข่าวที่ทำข่าวประจำอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการติดต่อจากกลุ่มคนที่เป็นชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในวัยเกษียณและได้เดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยซึ่งคนส่วนใหญ่เหล่านี้จะมีอายุมากกว่า 60 ปีแล้ว

             โดยพวกเขานั้นต้องการให้นักข่าวช่วยทำข่าวเกี่ยวกับเรื่องของการที่พวกเขาถูกสาวชาวไทยคนหนึ่งหลอกให้มาทำการลงทุนร่วมกันและวงเงินของพวกเขาไปซึ่งจำนวนเงินที่ถูกโกงไปนั้นมีมากกว่า 30 ล้านบาทเลยทีเดียว

            สำหรับเรื่องราวในครั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเป็นคดีความไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วและกำลังเร่งตามหาตัวสาวไทยคนดังกล่าวโดยเธอมีชื่อว่านางสาวหนึ่งซึ่งนางสาวหนึ่งนั้นเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทยเนื่องจากว่านางสาวหนึ่ง นั้นมีแฟนเป็นคนญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน 

          โดยการหลอกลวงในครั้งนี้นั้นนางสาว 1 และแฟนที่เป็นชาวญี่ปุ่นนั้นได้หลอกผู้สูงอายุที่มาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยว่าจะมีการทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของการท่องเที่ยวรวมถึงเรื่องของการทำวีซ่าเป็นการท่องเที่ยวระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยโดยมีการชักชวนให้กับกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นคนญี่ปุ่นมาร่วมลงทุนทำธุรกิจร่วมกันโดยจะมีการแบ่งเงินปันผลให้ 35 เปอร์เซ็นต์

            ซึ่งหลายคนที่ได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องของธุรกิจและเงินปันผลต่างก็ให้ความสนใจที่สำคัญพวกเขามองว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นมีแฟนเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆซึ่งคนญี่ปุ่นไม่น่าจะหลอกลวงกันเองทำให้เกิดความมั่นใจและมีการลงทุนโดยในช่วงแรกๆนั้นกลุ่มคนที่ลงทุนนั้นก็ได้รับเงินปันผลอย่างดีเสมอมาแต่หลังจากนั้นไม่นาน ได้รับเงินปันผล

          ทางด้านนางสาวหนึ่งก็หายไปเมื่อมีการติดต่อสอบถามก็แจ้งว่าขณะนี้กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเงินลงทุนที่มีการลงทุนไปนั้นยังไม่สามารถถอนออกมาได้ซึ่งหลังจากผ่านไปเป็นระยะเวลานานแล้วแต่ก็ไม่สามารถที่จะได้รับเงินตอบแทนกลับมาทำให้กลุ่มคนญี่ปุ่นที่มีการลงทุนไปนั้นเริ่มรู้สึกว่าตนเองน่าจะถูกหลอกแล้วจึงได้มีการเข้ามาคุยกันในกลุ่มคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่

               ซึ่งทุกคนก็ให้ข้อมูลเหมือนกันทำให้ทุกคนนั้นเริ่มมั่นใจว่าถูกนางสาว 1 หลอกลวงยังไงก็ตามในขณะนี้นั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีหลักฐานที่จะเอาผิดอาสาหนึ่งและแฟนหนุ่มได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบริษัทที่นางสาว 1 หลอกให้ชุมชนชาวญี่ปุ่นในจังหวัดเชียงใหม่มาลงทุนนั้นตอนนี้ปิดทำการไปที่เรียบร้อยแล้วนั่นเองและตอนนี้ก็มีการตั้งรางวัลนำจับเช่นเดียวกันซึ่งถ้าหากใครที่พบเจอนางสาวหรือว่าแฟนหนุ่มมีการแจ้งเบาะแสเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ตำรวจและสามารถจับกุมได้ก็จะมีการได้รับเงินรางวัลทันที

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์

ข่าวที่น่าสนใจ

หญิงสาวโพสต์ระบาย  ไก่ย่างบ้านๆขายได้กำไรมากกว่าไก่ย่างแฟรนไชส์ชื่อดัง

          เมื่อวันที่ 19 เดือนพฤศจิกายนพ.ศ 2563   2553 ได้มี ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ผ่านทาง เว็บไซต์ของ Pantip   โดยข้อความที่เธอเขียนระบายนั้นเธอได้เล่าถึงประสบการณ์ที่เธอกำลังเจออยู่ในขณะนี้โดยเธอบอกว่าพี่สาวของเธอได้ประกอบอาชีพค้าขายโดยมีการนำเงินไปลงทุนซื้อแฟรนไชส์ไก่ย่างห้าดาวซึ่งเป็นไก่ย่างชื่อดัง  มีคนรู้จักกันทั่วประเทศแต่หลังจากที่มีการลงทุนเปิดร้านค้าและมีการย่างไก่ย่าง 5 ดาวขายแล้วผลปรากฏว่านับตั้งแต่เปิดร้านค้ามาพี่สาวของเธอขายของได้น้อยมากด้วยหากเปรียบเทียบกับร้านค้าที่เปิดเป็นแผงขายข้างทางที่ขายไก่ย่างเช่นเดียวกันแต่เป็นไก่ย่างแบบบ้านๆไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรเลยปรากฏว่าร้านค้าพวกนั้นขายดีกว่านั้นของพี่สาวเธอเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

        เธอจึงได้มีการมาโพสต์ข้อความในพันทิปเพื่อเป็นการระบายอารมณ์ว่าไก่ย่างที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็ไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับพี่สาวของเธอเทียบเท่ากับไก่ย่างที่วางขายข้างทางโดยที่ไม่ต้องมีแบรนด์อะไรซึ่งเธอมองว่าหากเป็นเช่นนั้นแล้วเธอก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากในการซื้อแฟรนไชส์ของไก่ย่างชื่อดังกล่าวเพราะเมื่อต้องแข่งขันกับไก่ย่างแบบบ้านๆปรากฏว่าไก่ย่างชื่อดังแพ้ราบคาบอย่างเห็นได้ชัด

        อย่างไรก็ตามเธอได้มีการเขียนเพิ่มเติมด้วยว่าบริเวณที่พี่สาวของเธอเปิดร้านไก่ย่างห้าดาวขายนั้นเป็นบริเวณที่ทำเลดีมากๆซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดและในช่วงที่เธอมาเปิดร้านขายไก่ย่าง 5 ดาวช่วงแรกๆนั้นร้านของพี่สาวเธอก็ขายของดีมากเลยทีเดียวแต่หลังจากนั้นไม่นานได้มีพ่อค้าคนหนึ่งเข็นรถขายไก่ย่างธรรมดาทั่วไปมาตั้งร้านขายอยู่บริเวณริมถนนซึ่งอยู่ตรงข้ามกับร้านของพี่สาวของเธอและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากิจการของพี่สาวเธอก็ซบเซาลงเรื่อยมาเพราะผู้คนหันไปซื้อไก่ย่างข้างถนนและไม่มาซื้อไก่ย่างห้าดาวกินกันอีกเลยทำให้เธอและพี่สาวขณะนี้อยู่ในสภาวะการขาดทุนเงินที่ลงทุนไปเป็นจำนวนมากยังไม่ได้รับคืน

        ดังนั้นเธอจึงมาเขียนระบายใน Pantip พร้อมอยากให้คนในพันทิพย์ ช่วยกันหาแนวทางแก้ไขให้กับเธอนะพี่สาวว่าจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่กำลัง เป็สอยู่นี้ได้อย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าคนใน Pantip ต่างก็มาให้กำลังใจเธอและพี่สาวเธอเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังมีการวิจารณ์เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างไก่ย่างห้าดาวกับไก่ธรรมดาทั่วไปว่าราคาย่อมแตกต่างกันอีกครั้งเวลาที่เมื่อไก่ทั้งสองอย่างเย็นลงแล้วไก่ที่ปิ้งจากเตาธรรมดารสชาติจะดีกว่าไก่ย่างห้าดาวและน้ำจิ้มก็อร่อยกว่าอีกด้วยรวมถึงยังมีปัจจัยอื่นๆเพิ่มเติมมากมายจึงทำให้ไก่ย่าง 5 ดาวซึ่งเป็นแบรนด์ชื่อดังนั้นไม่สามารถสู้ไก่ย่างธรรมดาทั่วไปได้นั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

ข่าวที่น่าสนใจ

เจ้าของร้านคาราโอเกะถูกตำรวจจับกุมข้อหาค้ากามเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี

       ที่จังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากมูลนิธิของคุณปวีณาหงสกุลให้เข้าตรวจสอบร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งเนื่องจากว่าทางด้านมูลนิธิได้รับทราบและขอความร่วมมือมาจากทางด้านองค์กร Operation Underground railroad  ว่ามีร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งซึ่งเปิดอยู่ตรงบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 5 ซอย 4   ได้มีการเปิดร้านคาราโอเกะบังหน้าและมีการเปิดขายบริการที่สำคัญร้านคาราโอเกะแห่งนี้มีผู้ที่ขายบริการอายุต่ำกว่า 18 ปีและมีอยู่คนหนึ่งที่มีอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้นด้วย

      หลังจากได้รับทราบข้อมูลจากทางด้านมูลนิธิเป็นที่เรียบร้อยแล้วทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปทำการตรวจสอบอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งซึ่งมีความสูงถึง 4 ชั้นตรงบริเวณจุดพิกัดที่ทางด้านมูลนิธิได้มีการแจ้งความเอาไว้โดยเข้าไปทำการตรวจสอบอาคารพาณิชย์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 เดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2563   โดยเข้าไปทำการตรวจสอบร้านคาราโอเกะร้านดังกล่าวในช่วงเวลาประมาณ 22:00 น. 

       แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำการตรวจค้นก็พบเด็กหญิงอายุ 16 ปี อยู่ภายในร้านคาราโอเกะร้านดังกล่าวจริงๆและที่สำคัญเด็กหญิงวัย 16 ปีนั้นรับสารภาพว่าเธอนั้นขายบริการดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการขอกำลังเสริมเพื่อทำการค้นร้านคาราโอเกะและสามารถควบคุมตัวหญิงสาวที่ทำงานในร้านคาราโอเกะได้ทั้งหมดโดยมีการแยกกลุ่มอายุของหญิงที่ขายบริการในร้านคาราโอเกะดังกล่าวซึ่งถูกแยกระหว่างบุคคลที่มีอายุมากกว่า 18 ปีไว้อีก 1 ส่วนและบุคคลที่อายุน้อยกว่า 18 ปีไว้อีก 1 ส่วนเพื่อที่จะได้คัดแยกว่าร้านคาราโอเกะแห่งนี้เปิดทำการแบบผิดกฎหมายโดยค้าประเวณีเด็กต่ำกว่า 18 ปีไปทั้งหมดกี่คนเพื่อที่จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

        อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานพยานต่างๆเพื่อเอาผิดร้านคาราโอเกะดังกล่าวเกี่ยวกับเรื่องของการค้าประเวณีที่สำคัญเป็นการค้าประเวณีที่มีคนต่ำอายุน้อยกว่า 18 ปีจำนวนหลายคนซึ่งเจ้าของร้านคาราโอเกะจะต้องถูกแจ้งข้อหาหลายรายการเลยทีเดียวซึ่งล่าสุดจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อหาไปแล้วประมาณ 4 ข้อหา

ซึ่งแต่ละข้อหานั้นก็นับได้ว่าเป็นข้อหาที่ค่อนข้างหนักมากเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการที่ทำธุรกิจค้าประเวณีอีกครั้งเด็กที่ร่วมค้าประเวณีก็อายุน้อยที่สำคัญยังยุยงส่งเสริมให้เด็กกระทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและยังเป็นการหาผลประโยชน์จากเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งความคิดเหล่านี้จะทำให้เจ้าของร้านคาราโอเกะต้องโทษหนักและติดคุกไปอีกนานเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.    ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้

ข่าวที่น่าสนใจ

ตำรวจจับสองคนร้าย ปล้นร้านทองกลางห้างรัตนาธิเบศร์ ได้เรียบร้อยแล้ว 

        จากกรณีที่เมื่อวันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ปีพศ 2564   ได้เกิดเหตุมีการป้องกันในร้านทองแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ภายในห้างบิ๊กซีรัตนาธิเบศร์  โดยการปล้นในครั้งนี้ได้มีคนร้ายจำนวนทั้งหมด 2 คนด้วยกัน  บุกก็ไปทำการปล้นและได้ทองพร้อมกับเงินสดไปเป็นจำนวนมาก    โดยหลังจากที่มีการปล้นเสร็จเรียบร้อยแล้วคนร้ายทั้ง 2 คนได้ทำการหลบหนี  โดยใช้ยานพาหนะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ 

        จากเหตุการณ์การปล้นในครั้งนี้ทางร้านทองได้มีการบันทึกภาพเป็นกล้องวงจรปิดและสามารถถ่ายภาพคนร้ายในขณะที่ลงมือปล้นได้อย่างชัดเจนเพียงแต่ว่าคนร้ายนั้นได้มีการสวมใส่หมวกกันน็อคไว้ทั้งสองคนจึงทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัดเจนเท่าที่ควร  และจากการปล้นในครั้งนี้คนร้ายได้เงินไปทั้งสิ้น 80,000  บาทซึ่งเป็นเงินสด   นอกจากนี้คนร้ายยังได้ทองไปทั้งหมด 251  บาทด้วยกันเลยถ้าคิดเป็นเงินของทองที่หายไปจะต้องสูญเสียเป็นรายได้ถึง 6 ล้านห้าแสนบาทเลยทีเดียว 

         อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบข้อมูลหลักฐานต่างๆจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลการหลบหนีของคนร้ายทั้งสองคนจนสามารถเชื่อได้ว่าคนร้ายนั้นหนีไปแถวพระราม 3   จึงได้นำกำลังไปจับกุมผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างที่กำลังตกงานอยู่ในตอนนี้และเมื่อมีการค้นรถมอเตอร์ไซค์ของผู้ต้องสงสัยก็พบของกลาง  โดยมีทั้งเงินและทองแต่มีของกลางบางส่วนหายไป

         หลังจากมีการจับกุมเป็นที่เรียบร้อยและได้มีการสืบสวนสอบสวนตามคนร้ายก็ยินยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุในการปล้นร้านทองในครั้งนี้จริงซึ่ง  หนึ่งในคนร้ายได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าการก่อเหตุผลในครั้งนี้นั้นเกิดขึ้นเพราะพวกเขานั้นกำลังตกงาน  จึงต้องการหาเงินมาใช้จ่ายและคนรายชื่อว่านายทวีศักดิ์ได้ให้ข้อมูลว่าตัวของเขาเองนั้นคือคนที่ริเริ่มมีแนวความคิดที่จะไปปล้นร้านทองและได้มีการชวนเพื่อนคือนายการสอนให้ไปเป็นเพื่อน

       ตอนแรกนั้นในการสอนได้ปฏิเสธแต่นายทวีศักดิ์ได้พูดโน้มน้าวเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินที่ไหนกันสอนจะต้องไปจ่ายเป็นจำนวน 20,000 บาท  ทำให้นายคำสอนต้องเข้าร่วมในที่สุดโดยในตอนแรกนั้นได้มีการขี่รถมอเตอร์ไซค์เพื่อไปดูลาดเลาก่อน 1 วันโดยไปดูลาดลาวกันในวันที่ 24 เดือนกุมภาพันธ์หลังจากนั้นวันที่ 25 จึงได้ลงมือก่อเหตุทันที  

       ส่วนเหตุการณ์ปล้นในครั้งนี้นั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องหาของกลางเพิ่มอีกเนื่องจากว่าของกลางที่พบอยู่ในตอนนี้นั้นยังได้มาไม่ครบถ้วนยังมีเงินจำนวนหนึ่งที่หายไปและยังมีทองที่หายไปอีกประมาณ 70 บาทซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำไปซ่อนไว้ 

 

สนับสนุนโดย.    เว็บหวยออนไลน์อันดับ1

ข่าวที่น่าสนใจ

กู้หนี้นอกระบบมาแปดแสน  ผ่านไปไม่นานยอดหนี้พุ่งถึง 2 ล้านกว่าบาท

                   เมื่อวันที่ 16   เดือนกุมภาพันธ์  ปี พ.ศ. 2564 ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลได้มี  ชายชราคนหนึ่งอายุประมาณ 60 ปีได้ก่อเหตุใช้มีดที่เตรียมมาที่คอตนเองขู่จะฆ่าตัวตาย  เนื่องจากพบปัญหาไปทำการกู้เงินนอกระบบมาเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นแปดแสนบาท  

แต่หลังจากผ่านไปไม่นานนี่กับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งปัจจุบันนี้มีหนี้ที่ต้องชำระกับเจ้าหนี้นอกระบบสูงถึง 2.3 ล้านบาท  ทำให้ชายชราเกิดความเครียดอย่างหนักจึงได้มีการนำอาวุธมีดมาจี้คอตนเองเพื่อต้องการให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาดูแลเรื่องหนี้นอกระบบ  

        สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นตรงบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลซึ่งชายชราที่ก่อเหตุนั้นคือนายประเสริฐเขาเป็นคนจังหวัดปทุมธานีมีอาชีพเป็นชาวนาแต่พบปัญหาเรื่องของต้องการใช้เงินจึงได้มีการนำที่ดินของตนเองที่มีอยู่ประมาณ 1 ไร่ไปทำการค้ำประกันและได้กู้เงินจากเจ้าหนี้มาโดยมีการทำสัญญากันเอาไว้เป็นการยืมเงินมาทั้งหมด แปดแสน บาทด้วยกัน

         อย่างไรก็ตามชายวัย  61 ปี ยืนยันว่าเขาได้มีการเซ็นเอกสารขอกู้เงินจากการนำที่ดินมาค้ำประกันนั้นตั้งแต่ช่วงประมาณ ปี พ.ศ. 2538   และที่สำคัญเขาส่งดอกและส่งต้นมาโดยตลอดไม่เคยขาดแม้แต่เดือนเดียว

  แต่ปรากฏว่าพอช่วงประมาณปีพศ 2562 เท่ากับได้รับเอกสารจากหมายศาลแจ้งเรื่องว่าเขาถูกฟ้องร้องเนื่องจากไม่ชำระหนี้ซึ่งหนี้ดังกล่าวนั้นมีการเพิ่มจากจำนวนเงิน แปดแสน บาทมาเป็นจำนวนเงินถึง 2 ล้าน 3 แสนบาทเลยทีเดียว 

         โดยชายชราคนดังกล่าวมองว่าเจ้าหนี้นอกระบบนั้นมีการโกงเนื่องจากว่าเขาได้มีการจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยดังนั้นยอดจึงไม่น่าจะสูงถึง 2 ล้าน 3 แสนบาทแต่เนื่องจากว่าตัวเขาเองนั้นได้ถูกบังคับ

ให้มีการทำสัญญาเซ็นต์เอกสารการกู้ยืมเงินใหม่และยังมีการส่งให้ศาลทำการฟ้องยึดที่ดินของเขาอีกด้วยทำให้เขาไม่มีที่พึ่งจึงจำเป็นต้องมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาลหวังให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง

          เบื้องต้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับชายชราวัย 61 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้มีการเชิญตัวเจ้าหนี้นอกระบบซึ่งก็คือนายอุดมมาทำการพูดคุยกัน

และในที่สุดก็สามารถเคลียร์ปัญหากันได้โดยนายอุดมยินยอมที่จะให้ลูกหนี้ทำการผ่อนชำระหนี้ภายในระยะเวลา 2 ปีจะต้องมีการจ่ายหนี้ทั้งหมดและนี่จากเดิมที่มีการเรียกเก็บ  สองล้าน สามแสน บาทนั้นได้มีการลดเหลือเพียงแค่ สามแสนบาทเพียงเท่านั้น 

 

สนับสนุนโดย.  หวยออนไลน์ ruay

ข่าวที่น่าสนใจ

สาวมาวิ่งออกกำลังกายผวาเจอลุงโรคจิตวิ่งตามพร้อมกับมากอด

 

    กำลังเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากถึงลุงโรคจิตคนหนึ่งที่ใส่รองเท้าสีแดงที่มักจะมาตามสถานที่ออกกำลังกายโดยมาจ้องมองสาวๆที่มาออกกำลังกายรวมถึงพยายามมาทำการอนาจารสาวๆในขณะที่สาวๆเหล่านั้นกำลังออกกำลังกายโดยไม่รู้ตัวเองเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดลำพูนเมื่อนักวิ่งสาวคนหนึ่งได้ออกมาวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้านเธอเล่าว่าในระหว่างที่เธอวิ่งอยู่นั้นได้มีคนลงคนหนึ่งวิ่งตามหลังมา

อยู่เป็นระยะโดยคุณลุงคนนั้นเธอสังเกตว่าเขาจะใส่ชุดเสื้อผ้าที่เป็นการออกกำลังกายแต่จะมีเอกลักษณ์ตรงที่จะใส่รองเท้าสีแดงและเมื่อเธอเผลอขณะที่วิ่งอยู่นั้นลุงรองเท้าแดงคนดังกล่าวก็จะวิ่งมากอดที่เอวของเธอในขณะเดียวกันก็มีนักกีฬาอีกคนหนึ่งที่ไปเล่นกีฬาแบดมินตันก็ถูกรองเท้าแดงคนเดียวกันนั้นเดินมากอดที่ไหล่ซึ่งมีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโรงเท้าเด็กคนนี้หลายคนที่ถูกลืมรองเท้าแดง

กระทำอนาจารจึงพากันไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อให้ล่าตัวลงวันนี้มาลงโทษให้ได้เพราะต่างก็คิดว่าลุงมาในคราบของคนที่ชอบเล่นกีฬาแต่จริงๆแล้วต้องการแอบแฝงเพื่อมาทำอนาจารสาวๆตามสนามกีฬาต่างๆนั่นเองโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้นางสาวสวยซึ่งเป็นนักวิ่งที่จังหวัดลำพูนได้ออกมาบอกว่าตนเองนั้น

ถูกชายอายุประมาณ 50 ปีซึ่งใส่รองเท้าสีแดงวิ่งเข้ามากอดที่เอวนี้เป็นจำนวนถึง 2 ครั้งแล้วโดยเธอได้ไปทำการออกกำลังกายที่สนามกีฬาของจังหวัดซึ่งเธอได้มีการโพสต์เล่าเรื่องราวนี้ไปใน Facebook ส่วนตัวของเธอหลังจากที่มีการแชร์เรื่องราวของเธอออกไปก็มีผู้หญิงหลายคนมากที่ออกมาบอกเล่าเรื่องราวของตนเองเหมือนกันว่าพวกเธอนั้นก็ไปทำการออกกำลังกายเช่นเดียวกันแล้ว

ก็เจอชายอายุประมาณ 50 ปีใส่รองเท้าสีแดงลักษณะเหมือนกันเดินเข้ามาโอบไหล่บ้างโอบไหล่บ้างแล้วแต่ละคนจะถูกลวนลามแบบไหนซึ่งหลายคนพอถูกลวนลามก็ตกใจแล้ววิ่งหนีแต่บางคนก็สามารถถ่ายรูปไว้ได้ทันจึงนำรูปมาแชร์ให้ดูกันซึ่งก็พบว่าเป็นคนคนเดียวกันจึงได้รวมตัวกันไป

แจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อให้ตามตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีเพื่อที่สาวๆจะได้ไม่กลัวขณะที่ออกกำลังกายเพราะตอนนี้ทุกคนผวามากไม่กล้าไปออกกำลังกายกันขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ยังคงตามตัวคนร้ายยังไม่ได้เนื่องจากว่าบริเวณสนามกีฬาส่วนใหญ่จะเป็นกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นรุ่นเก่าแล้วทำให้ภาพไม่ค่อยชัดเท่าที่ควรอย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรีบจับกุมตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีให้ได้

 

 

สนับสนุนโดย    สมัครสมาชิกหวยออนไลน์ ไม่มีขั้นต่ำ

ข่าวที่น่าสนใจ

ตายเพราะกินแมงดาถ้วย พิษร้ายแรงเหมือนพิษปลาปั๊กเป้า

  

          เมื่อ วันที่ 2 เดือนตุลาคม  ปี พ.ศ. 2563   ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเสียชีวิตจากการกินแมงดาเข้าไป

 โดยแม่ของผู้เสียชีวิตชื่อว่านางสมใจ ได้เล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ลูกสาวของตนเองเสียชีวิตว่า  นางสนใจและลูกสาวได้ไปบริเวณป่าชายเลนเพื่อหาหอยแครงมารับประทาน แต่บังเอิญว่าไม่มีหอยแครงเลยมีเพียงแค่แมงดาทะเลเท่านั้น  ซึ่งสามารถจับมาได้ทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน  โดยลูกสาวได้เอาแมงดา 1 ตัวไปเผาและกินในตอนแรกนั้นนางสมใจได้ขอกินด้วยแต่ลูกสาวไม่ยอมให้  หลังจากที่ลูกสาวกินแมงดาเผาเสร็จก็มีอาการอาเจียนออกมาทันทีอีกทั้งยังมีอาการเดินเซและยังบ่นว่าเวียนหัวด้วย  นางสมใจจึงได้พาลูกสาวส่งโรงพยาบาลตรวจอาการทันที 

           อย่างไรก็ตามแต่นางสมใจบอกว่าหลังจากที่ตรวจดูอาการแล้วคุณหมอก็ให้ลูกสาวของเธอนั้นกลับบ้านเพิ่งมาพักผ่อนอยู่ที่บ้านแต่เมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฏว่าอาการลูกสาวของเธอนั้นแย่ลงเริ่มมีอาการตัวเขียวมือเขียวเธอจึงจำเป็นต้องโทรเรียกให้หน่วยกู้ภัย 1669   มาช่วยพาส่งลูกสาวของเธอนั้นไปโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตซึ่งโรคภัยมาถึงก็ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการปั๊มหัวใจหลังจากนั้นก็พาส่งโรงพยาบาลแต่ก็สายเกินไปเสียแล้วเพราะลูกสาวของเธอนั้นเสียชีวิตลง

           ทำให้นางสมใจรู้สึกว่ากันแก้ไขปัญหาของโรงพยาบาลแรกที่เธอพาลูกสาวไปรักษานั้นไม่ดูแลลูกสาวของเธอให้ดีทั้งที่รู้ว่าลูกสาวของเธอนั้นมีอาการหนักแต่ก็ยังปล่อยให้กลับบ้านซึ่งนางสมใจบอกว่าตอนที่ไปโรงพยาบาลในครั้งแรกนั้นเดินได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแล้วว่าลูกสาวของเธอนั้นถูกคิดของแมงดาซึ่งคิดว่าผิดน่าจะรุนแรงและคิดว่าน่าจะเป็นแมงดาถ้วยแต่ทางด้านเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็ไม่ได้สนใจและปล่อยให้ลูกสาวของเธอกลับมาจนอาการแย่ลง 

              ทางด้านผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของสัตว์น้ำทางทะเลออกมาพูดถึงสัตว์มีพิษอย่างแมงดาถ้วยว่าสัตว์ชนิดนี้มีพิษร้ายแรงมากระดับความรุนแรงของพิษนั้นพอๆกับการกินพิษของปลาปักเป้าเลยทีเดียวซึ่งทางด้านผู้เชี่ยวชาญยังบอกอีกว่าอาจจะกินแมงดานั้นต้องเลือกกินแมงดาจานถึงจะสามารถกินได้

     สำหรับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้   จะต้องมีการตรวจสอบการให้บริการของโรงพยาบาลแรกที่ไม่ดูแลผู้ป่วยให้ดีและปล่อยให้ผู้ป่วยกลับบ้านจนอาการกำเริบอย่างหนักจนถึงแก่ความตายเพราะหากมีการตรวจสอบและเชื่อรายละเอียดที่ทางผู้ป่วยได้มีการแจ้งไปก็น่าจะรู้ว่าถ้าตนเองไม่สามารถควบคุมหรือรักษาอาการพิษของแมงดาถ้วยได้จำเป็นต้องส่งไปที่โรงพยาบาลขนาดใดเพื่อรักษาอาการต่อไม่ควรให้ผู้ป่วยกลับบ้านจนถึงแก่ความตายนั้นเอง    

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ไทย