สุขภาพทั่วไป

เช็คสุขภาพตนเองจากพุง

ในแต่ละบุคคลที่มีหน้าท้องส่วนเกินที่ยื่นออกมาหรือก็คือพุงนั่นเอง จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป พุงแต่ละชนิดก็เกิดจากพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร และอีกมากมายที่ส่งผลให้เกิดพุง และก็เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่นั้นไม่อยากจะมี เพราะทำให้รู้สึกไม่มั่นใจจากมีรูปร่างที่ไม่สวยงามที่เกิดจากหน้าท้องส่วนเกิน

ดังนั้นหากเรารู้วิธีการเช็คสุขภาพจากพุง ว่าพุงชนิดไหนเกิดจากอะไร เราก็จะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆเพื่อให้หน้าท้องส่วนเกินของเรานั้นหายไป และมีรูปร่างที่สวยงามขึ้นได้

Spare tyre tummy ลักษณะของพุงประเภทนี้จะนุ่ม และเป็นชั้น สามารถเห็นได้ชัดเจนในเวลานั่ง โดยพุงชนิดนี้นั้นเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีรสชาติหวานมากจนเกินไป ทำให้มีน้ำตาลสะสมอยู่ในร่างกายมากหรือในผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็ทำเกิดพุงชนิดนี้ได้เช่นกัน ผู้ที่มีพุงลักษณะนี้ หากต้องการมีรูปร่างที่ดีขึ้น ควรงดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งออกกำลังกายโดยเน้นบริเวณหน้าท้องควบคู่ไปด้วย ก็จะสามารถลดลงได้อย่างรวดเร็ว 

Stress tummy ผู้ที่มีพุงประเภทนี้จะเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงดีเป็นปกติ แต่รับประทานอาหารไม่ตรงต่อเวลา ทำให้เกิดหน้าท้องส่วนเกินบริเวณใต้ลิ้นปี่ขึ้น โดยมีลักษณะแข็ง คล้ายผู้ที่มีอาการท้องอืดอยู่ตลอดเวลา วิธีที่จะสามารถลดพุงชนิดนี้ได้คือ การรับประทานอาหารให้ตรงเวลามากขึ้น และหาวิธีการผ่อนคลายความเครียดบ้าง เพราะความเครียดก็สามารถทำให้เกิดพุงขึ้นได้เช่นกัน และออกกำลังกายโดยเน้นช่วงหน้าท้องให้มากขึ้น

Little pooch tummy ผู้ที่มีพุงประเภทนี้มักจะมีรูปร่างที่ผอมบาง แต่มีพุง โดยอาจเกิดจากออกกำลังกายที่ผิดวิธีในบริเวณช่วงหน้าท้อง หรืออาจเกิดจากการรับประทานอาหารประเภทเดิม ๆบ่อยครั้ง ผู้ที่มีรูปร่างผอมเล็กแต่มีพุงชนิดนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการออกกำลังกาย โดยการศึกษาวิธีการออกกำลังกายบริเวณหน้าท้องให้ถูกต้อง และเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารในแบบใหม่ ๆบ้าง หรืออาจเลือกรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

Bloated tummy พุงประเภทนี้เกิดจากระบบการย่อยอาหารภายในร่างกายทำงานได้ไม่ดี อาจมาจากการรับประทานอาหารที่ย่อยยากมากจนเกินไป และการรับประทานอาหารแล้วนอนหรือนั่งทันทีก็จะทำให้เกิดพุงประเภทนี้ได้เช่นกัน โดยจะไม่มีพุงในช่วงตื่นนอน แต่หลังจากรับประทานมื้ออาหารแล้วจะเริ่มมีพุงที่ยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด และยื่นออกมามากที่สุดในช่วงเย็น  วิธีที่จะแก้ไขคือการรับประทานอาหารที่ช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหารให้มากขึ้น และควรเดินหรือยืนหลังการรับประทานอาหารเพื่อให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหาเวลาในการกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถลดพุงชนิดนี้ได้

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv gen4

สุขภาพทั่วไป

เพิ่มออกซิเจนในเลือด หนึ่งในข้อดีของการเลิกบุหรี่

คำถามแรกคือ เลือดนำอะไรไปเฃี้ยงร่างกายเราเป็นหลักๆหรอ นั้นก็คือออกซิเจน เซลทุกเซล และอวัยวะต่างๆในร่างกายเรานั้นต้องการออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายกันทั้งนั้น แล้วออกซิเจนสำคัญต่อร่างกายเราขนาดไหน เพียงถ้าร่างกายเราไม่ได้รับออกซิเจนก็จะทำให้ร่างกายเราตายได้เลย แล้วความตายก็ไม่ใช่เรื่องหน้าพิสมัยให้เกิดขึ้นก่อนวัยอันควร ใครก็ตามที่มีสูบบุหรี่จัดๆนั้น

จะทำให้ออกซิเจนในเลือดนั้นน้อยลงเรื่อยๆ และถูกทดแทนด้วยคาร์บอนไดออกไซน์ ที่เป็นตัวอันตรายกับร่างกายอย่างจริงๆจัง เพราะมันก็เป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งเป็นหลักเลยในร่างกาย ทุกวันนี้เราก็ได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์อย่างมากมายอยู่แล้วบนตามท้องถนน เพราะฉนั้นการสูบบุหรี่ก็กลายเป็นการยิ่งเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์อย่างมากมายเข้าไปอีก

ออกซิเจนเป็นที่ทราบกับดีว่ามันคือสิ่งสำคัญอย่างมากในการดำรงชีวิต มันเป็นก๊าซหลักอย่างแรกของมนุษย์ที่ต้องได้รับเพื่อให้ร่างกายทำงานได้ แล้วนั้นก็เป็นการทำให้มีชีวิตอยู่ต่อได้นั่นเอง เพราะฉนั้นมันจึงสำคัยยิ่งกว่าอะไร แต่การที่จะได้ออกซิเจนมากไปหรือน้อยไปนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายแน่ๆ การที่ได้มากเกินไป เราอาจจะไม่ทราบกัน แต่ออกซิเจนเป็นก๊าซที่ได้รับมากเกินไป

ก็จะเป็นอัมพาตและเสียชีวิตได้เลย เรียกได้ว่าเป็นสารพิษที่อันตรายที่สุดในโลกอีกสารพิษนึงบนโลกเลยก็ว่าได้ นั่นก็ควรทราบไว้ให้ดี ไม่ใช้เจอถังก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์แล้วก็จะพยายามสูดดมมัน นั้นทำให้ถึงตายเลยนะ ควรจะต้องระวังกันด้วยไม่ใช่น้อย แล้วอะไรที่สำคัญยิ่งกว่า จริงอยู่ที่ออกซิเจนมากก็ทำให้ถึงตาย

แต่ถ้าได้รับออกซิเจนน้อยก็จะทำให้ร่างกายเราค่อยๆตายลงช้าๆด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่า เป็นทั้งสิ่งอันตรายและเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต เราไม่ควรกลัวแต่เราก็ต้องระมัดระวังให้ดีด้วยเช่นกัน

บางอย่างก็แปลกดีเนอะ ยิ่งรู้ว่าสูบบุหรี่แล้วจะทำให้ออกซิเจนในเลือดลดน้อยลง แต่ก็ยังคงสูบกันไม่เว้นแต่ละวัน ยิ่งนับวันก็ยิ่งสูบมากขึ้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์ในอากาศก็ยิ่งสูงมากขึ้น และในร่างกายละจะเป็นขนาดไหน ยิ่งมากเข้าไปอีก แต่ถ้าเราสามารถหยุดสูบบุหรี่ได้นานเกินแปดชั่วโมงละก็ จะสามารถทำให้ออกซิเจนในร่างกายนั้นกลับมาเป็นระดับปกติได้

แล้วก็ทำให้ทุกเซลในร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างที่ควรจะได้รับ ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ทำให้ร่างกายดีขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับการบูรณะจากสิ่งที่ได้โดยทำลายไป เรียกได้ว่า หลังแปดชั่วโมงร่างกายเราถึงจะได้รับการซ่อมแซมก็ว่าได้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยหุ้นออนไลน์

สุขภาพทั่วไป

ผอมทันใจด้วยการดูดไขมัน ดีจริงหรือไม่?

ปัญหาของสาวๆหลายคนนั้นความจริงแล้วก็มีอยู่กี่อย่างหรอก และหนึ่งในนั้นก็คือ ปัญหาไขมันส่วนเกิน สาวๆทุกคนรู้กันหรือไม่ว่าไขมันส่วนเกินนั้นเกิดมาจากอะไร เดี๋ยวเราจะมาอธิบายกันแบบเข้าใจง่ายให้ฟังกันนะ เพราะถ้าหากให้พูดโยงไปถึงทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ก็คงจะคาดน่าจะยาวมากแน่ๆ เอาล่ะ

ไขมันส่วนเกินเกิดจากอะไร? ไขมันส่วนเกินเกิดจากการที่เรานั้นรับประทานอาหารเข้าไปแล้วตกค้าง ไม่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากระบบการเผาผลาญนั้นไม่ดี และหลักๆแล้วไขมันนั้นเกิดการที่เราทานรับน้ำตาลมากจนเกินไป ไม่ว่าจะน้ำตาลโดยตรง หรือ น้ำตาลที่อยู่ในแป้ง อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต

นอกจากจะไม่ให้พลังงานแล้วยังเปลี่ยนให้กลายเป็นไขมันส่วนเกินไปเกาะตามส่วนต่างๆของร่างกายอีกด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ทราบเรื่องนี้และคิดว่าไขมันเกินจากอาหารประเภทมัน ทอด ที่มีน้ำมันเยอะๆเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ ไขมันเหล่านั้นก็มีส่วน แต่เป็นไขมันโดยตรงที่ร่างกายต้องการอยู่แล้ว แต่ก็ต้องควบคุมปริมาณการทานด้วยเช่นกัน เป็นเหตุกังวลใจที่ทำให้สาวๆหลายคนต้องเผชิญอยู่ก็คือไขมันที่เกาะตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นที่แขน หน้าท้อง ต้นขา หรือส่วนอื่นๆ ถ้าให้พูดกันตามตรงการกำจัดไขมันเพื่อรักษาหุ่นนั้นคือ การออกกำลังกาย แต่เพราะว่าการออกกำลังกายนั้นเหนื่อยและต้องใช้เวลานาน

จึงเป็นสิ่งที่ไม่ทันใจสาวๆที่ชอบความเร่งรีบ ความรวดเร็วที่อยากจะให้เห็นผลทันตา ซึ่งในปัจจุบันก็มีนวัตกรรมการศัลยกรรมการดูดไขมันเพิ่มขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์สำหรับสาวๆที่มีไขมันส่วนเกินตามร่างกาย และขี้เกียจออกกำลังกาย แต่อยากมีหุ่นที่ดีขึ้น แน่นอนว่ามันตอบโจทย์จริงๆเพราะการดูดไขมันจะใช้ระยะเวลาภาย 1-2 ชั่วโมงเท่านั้นในการดูดไขมันส่วนเกินในแต่ส่วนออกมา ซึ่งถือว่ารวดเร็วมากหากเทียบกับการออกกำลังกายที่ต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือนไม่ก็เป็นปี แต่จะรู้หรือไม่ว่า หลังจากการดูดไขมันแล้วจะจบ

ถ้าหากยังมีพฤติกรรมการทานอาหารเหมือนเดิม สิ่งหนึ่งที่ควรรู้ไว้เลยคือ การดูดไขมันนั้นได้รับเข็มหรือท่อขนาดใหญ่เข้าไปดูดไขมันใต้ชั้นผิวหนังของเรา ซึ่งทำให้ตรงจุดนั้นกลายเป็นร่องลึกตามขนาดของสิ่งที่นำเข้าไปดูด และจะกลายเป็นจุดที่สะสมไขมันได้ง่ายกว่าเดิม สุดท้ายแล้วนั้นเราก็ต้องกับมาออกกำลังกายให้ตรงจุดนั้นสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาทดแทน

เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อคุณรับประทานอาหารเหมือนเดิมโดยไม่ออกกำลังกาย ไขมันจะเข้าไปสะสมอยู่ตรงที่คุณดูดไขมันออก แล้วส่วนอื่นๆตามร่างกายเช่นเดิม หรือเผลออาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายด้วย

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

สุขภาพทั่วไป

การที่เรานั้นร่วมกินอาหารกับคนที่เป็น HIV   

ในเมื่อเรานั้นไปกินข้าวกินอาหารกับคนที่เรานั้นไม่ค่อยรู้จักแต่ว่าเรานั้นได้ร่วมการที่เรานั้นกินอาหารกัน  แต่ว่าเรานั้นไม่ได้กินช้อนกลางเป็นบางอย่างและก็บางคนนั้นก็ได้กินชิมอาหารด้วยที่ไม่ช้อนกลาง จังทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นกังวลว่าเรานั้นจะติดเชื้อจากการที่เรานั้นเป็นโรคนั้นหรือไม่  

       มีอยู่ครั้งหนึ่งเรานั้นได้ไปร่วมการกินอาหารร่วมกับคนที่ติดเชื้อโดยที่เรานั้นไม่รู้ว่าเขานั้นติดเชื้อ  HIV นั้นเรานั้นจะทำอย่างไรเพราะว่าทำให้เรานั้นเครียดอย่างมากเพราะว่าการที่เรานั้นกินอาหารร่วมกับคนที่เป็นโรคนั้นเรานั้นก็ไม่รู้ว่าเรานั้นจะติดเชื้อไหม  การที่เรานั้นไปร่วมรับประทานอาหารกับเขานั้นโดยที่เรานั้นไม่มีช้อนกลางด้วยยิ่งทำให้เรานั้นเครียดเข้าไป เพราะว่าการที่เรานั้นกินอาหารร่วมกันนั้นทำให้เรานั้นเกิดคิดวิตกว่าเรานั้นอาจจะติดเชื้อจากการที่เรานั้นรับประทานหรือเปล่าเพราะว่าวันนั้นเป็นวันที่เรานั้นไปกินเลี้ยง  และเรานั้นก็ร่วมวงสรรสันกัน จึงทำให้เรานั้นรู้ทีหลังว่าเรานั้นว่ามีบุคลที่เรานั้นร่วมกินอาหารด้วยนั้นเกิดเป็นโรค HIV จึงทำให้เรานั้นเกิดอาการกังวลว่าเรานั้นจะติดเชื้อหรือไม่   

    ดังนั้นเราก็ควรที่จะกินอาหารร่วมกับคนอื่นนั้นเรานั้นก็ควรที่จะแยก  หรือไม่นั้นเรานั้นก็ควรที่จะใช้ช้อนกลาง แต่ด้วยว่าการที่เรานั้นไม่รู้ว่าเรานั้นจะติดเชื้อไหมนั้นเรานั้นก็ควรที่จะไปหาหมอ  เพื่อที่จะทำการตรวจว่าเรานั้นมีอาการที่จะติดเชื้อนั้นหรือเปล่าและเรานั้นก็ควรที่จะบอกหมอนั้นว่าเรานั้นจะเสี่ยงจากการที่เรานั้นเชื้อหรือเปล่าหรือว่าให้หมอนั้นตรวจร่างกายว่าเรานั้นจะติดเชื้อจากการที่เรานั้นกินอาหารร่วมกับคนที่เป็น  

   และเรานั้นควรที่จะปรึกษาคนหมอว่าเรานั้นจะมีวิธีการหลีกเลี่ยงยังไงไม่ให้รู้สึกว่าเรานั้นรังเกียจเขา  เพราะว่าการที่เขานั้นเป็นคนป่วยนั้นเรานั้นก็ไม่ได้รังเกียจแต่ว่าเรานั้นก็ต้องรักตัวเองในการที่เรานั้นใช้ชีวิตในการที่เรานั้นต้องรับผิดชอบกับการที่เรานั้นต้องดำรงอยู่ในต่อชีวิตของเราแต่ว่าเรานั้นก็ไม่อยากที่จะไปเสี่ยงกับการที่เรานั้นติดโรคดังนั้นเรานั้นควรที่จะหาข้อมูลว่าเรานั้นควรที่จะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อคนที่เรานั้นรู้จักเกิดเป็นโรค HIV 

 

 

สนับสนุนโดย  ผลเลือด non reactive แปลว่าอะไร

สุขภาพทั่วไป

โทษของการสูบบุหรี่สำหรับคนสูบบุหรี่

หลายๆคนก็ทราบกันดีว่าบุหรี่มันเป็นสิ่งไม่ดี เปรียบเสมือนสารเสพติดชนิดหนึ่ง แต่ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งสารพิษจากการสูบบุหรี่นั้นสามารถเป็นโทษให้ตัวผู้สูบเองได้ และต่อคนรอบข้างได้อีกเช่นกัน แต่ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงโทษของบุหรี่

สำหรับคนที่สูบที่พิษนั้นจะเข้าไปทำร้ายอวัยวะภายในร่างกายอย่างไรบ้างดังนี้

1.มีความเสี่ยงที่จะตาบอด การสูบบุหรี่เป็นประจำ สารพิษในบุหรี่นั้นจะส่งผลให้ตาเป็นต้อกระจก สามารถสังเกตได้จากการที่ดวงตามีความขุ่นมัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพียงแค่อาการเบื้องเท่านั้น จึงเป็นสัญญาณอันตราย ถ้าหากยังคงสูบไปเรื่อยๆเสี่ยงต่อการตามบอดสนิทถาวร

2.มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ สำหรับบุคคลที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้สูงมาก โดยปกติของร่างกายนั้นจะมีกระบวนการดูดซึมสารพิษ สารแปลกปลอมเข้าสู่กระเลือดและขับออกจากการปัสสาวะ ซึ่งสารนิโคตินที่เป็นสารพิษหลักในบุหรี่รวมถึงสารอื่นๆที่ประกอบอยู่ในนั้น มีคุณสมบัติที่จะสามารถก่อมะเร็งได้ เมื่อการดูดซึม และขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะจึงได้สัมผัสการสารพวกนี้ของบุหรี่อยู่ตลอดเวลา

3.มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ทั้งสองโรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่อันตรายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ สำหรับผู้สูบบุหรี่จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้สูงมาก เพราะสารพิษจากบุหรี่ที่เข้าสู่ร่างกายจะทำให้หลอดเลือดหัวใจหดตัว และตีบลง ส่งผลให้เลือดไม่สามารถลำเลียงไปเลี้ยงหัวใจได้เพียงพอ

4.มีความเสี่ยงเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร นั้นเป็นเพราะว่าสารพิษในบุหรี่จะเข้าไปกระตุ้นทำให้กระเพาะอาหารผลิตน้ำย่อยออกมาเยอะว่าปกติและเกินความจะเป็น ซึ่งจะส่งผลให้กระเพาะถูกกัดกร่อนจนเกิดเป็นแผล หาเป็นเช่นนี้ได้เรื่อยๆจะเกิดภาวะกระเพาะทะลุ และเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็วกระเพาะอาหารได้

5.มีความเสี่ยงที่จะหลอดเลือดหัวใจตีบ ได้มีการมีวิจัยออกมาแล้วว่า ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำนั้นจะเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดสมองตีบและแตกมากกว่าคนปกติสูงมากถึง 10 เท่า ซึ่งส่งผลกระทบที่จะทำให้เซลล์ในสมองฝ่อ และเสื่อมได้ง่าย นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเป็น อัมพฤต อัมพาต และโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

6.มีความเสี่ยงที่ถุงลมโป่งพอง คือการที่เนื้อปอดและถุงลมเล็กๆค่อยๆเสื่อมสภาพลงจนโป่งพอง โดยเฉพาะคนที่สูบบุหรี่บ่อยนั้น สารนิโคติน ไนโตรเจนไดออกไซด์ และสารเคมีต่างๆที่อยู่ในบุหรี่ จะเข้าไปทำลายเซลล์เนื้อเยื้อของปอดและทำให้ถุงลงเล็กๆฉีกขาด

7.สมรรถภาพทางเพศเสื่อม เพราะสารเคมีต่างๆในบุหรี่นั้นจำเข้าไปทำให้เส้นเลือดเกิดการอุดตัน ซึ่งจะส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงประสาทที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายได้น้อยลง ทำให้จำนวนอสุจิลดลงและอ่อนแอ

8.มีความเสี่ยงต่อการแท้งลูก สำหรับผู้หญิงที่สูบบุหรี่ในขณะมีครรภ์ สารเคมีในบุหรี่จะทำรกเกาะต่ำ เกิดโรคแทรกซ้อน และเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ

นอกจากนี้บุหรี่ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายส่วนอื่นๆอย่าง ฟันผุ ฝันดำ มีกลิ่นปาก ไอเรื้อรัง มีกลิ่นตัว แก่เร็ว ผมหงอก และมีอาการเหนื่อยง่าย หอบ เล็บเหลือง รู้สึกเบื่ออาหาร รวมไปถึงมะเร็งปอดที่เป็นสาเหตุหลักของารเสียชีวิต

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจเอดส์ ซื้อที่ไหน

สุขภาพทั่วไป

แหล่งอาหารเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกาย

หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่า คอลลาเจน นั้นมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย มันจำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องมี แน่นอนความเมื่อคุณเริ่มอายุเข้า 30 ปีเมื่อไหร่ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น อย่างเช่น กระดูก เมื่ออายุของคุณเพิ่มมากขึ้นสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะสามารถรู้สึกได้คือความเหนื่อยล้า นั้นเป็นระบบการทำงานในร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพลง ทำให้ระบบการทำงานภายในร่างกายทำได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ และรวมไปถึงการสร้างคอลลาเจนในร่างกายด้วย นอกจากนี้นั้นคอลเจนไม่เพียงทำกการดูแลในเรื่องกระดูกและข้อเท่านั้น แต่ยังช่วยในเรื่องของสุขภาพผิวได้อีกด้วยอย่างเช่น ริ้วรอย รูขุมขนกระชับ ผิวเนียนใส เป็นต้น

การที่เราจะเติมเต็มคอลลาเจนให้กับร่างกายนั้นหลายคนมีตัวช่วยในการเสริมสร้างโดยการทานคอลลาเจนแบบสกัดออกมาแล้วทั้งสูตรแบบผงและแบบเม็ด เพื่อให้ได้รับคอลลาเจนในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายต้องการ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการทานคอลลาเจนแบบนั้นหรือทุนทรัพย์น้อย คอลลาเจนยังมีอยู่ในสารอาหารหลากหลายชนิดที่เรานั้นสามารถหาทานได้ทั่วไปจากแหล่งอาหารทางธรรมชาติ มีใครพอจะทราบกันบ้างว่ามีอะไรบ้าง

ซึ่งในบทความนี้เราจะนำแหล่งอาหารที่มีคอลลาเจนแอบซ้อนไว้อยู่ให้ทุกคนได้ทราบกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นมีดังนี้

 

  • ปลา

 

ถือว่าเป็นแหล่งของสารอาหารประเภทโปรตีนชั้นยอดเลยก็ว่าได้ ซึ่งยังถือว่าเป็นแหล่งผลิตคอลลาเจนอีกด้วย ปลาที่มีคอลลาเจนสูงอย่างเช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น

 

  • อะโวคาโด

 

ในอะโวคาโดนั้นเป็นแหล่งผลิตคอลลาเจน นอกจากจะช่วยดูแลเรื่องกระดูกและข้อ ยังช่วยเรื่องของผิวพรรณได้อีกด้วย เพราะในอะโวคาโดนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ

 

  • ไก่งวง

 

ที่อุดมไปด้วยสารคาร์โนซีน ที่จะช่วยในเรื่องของการชะลอวัย ดูแลเรื่องสุขภาพผิว ให้ผิวนั้นมีความยืดหยุ่น จะช่วยทำให้ผิวที่แห้งกร้านมีความชุ่มชื่นเพิ่มมากขึ้น

 

  • วิตามินซี

 

วิตามินซีเป็นสารอาหารที่ควรทานควบคู่กับสารอาหารที่มีคอลลาเจน เพราะวิตามินซีจะเข้าไปช่วยการดูดซึมให้คอลลาเจนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

  • ช็อคโกแลต

 

การทานช็อคโกแลตนอกจากจะทำให้ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดลงได้แล้ว ยังช่วยในเรื่องของการรักษาสุขภาพผิวทุกสภาพอีกด้วย แต่ต้องทานในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากจนเกินไป

 

  • แครอท

 

เมื่อทานไปแล้วจะเข้าไปผลิตคอลลาเจนในร่างกาย เพราะมีวิตามินเอที่สามารถควบคุมการไหลเวียนของเลือดได้

 

  • ถั่ว

 

ในถั่วนั้นมีรดไฮยาลูโรนิและสังกะสี ซึ่งเป็นสารอาหารที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนให้กับร่างกายและเร่งสร้างเซลล์ชั้นผิว

 

  • ผักใบเขียว

 

จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในร่างกายในส่วนของเรื่องผิวให้ดีมากยิ่งขึ้น และยังช่วยในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

 

  • ไข่

 

ถือว่าเป็นอาหารที่หาทานงานและมีสารอาหารเยอะมากอย่างโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ และยังมีคอลลาเจนที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อีกเช่นกัน

 

ขอบคุณ  ชุดตรวจ hiv  ที่ให้เรื่องราวดีๆมานำเสนอ

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

ยาเลื่อนรอบเดือนใช้อย่างไร

ยาเลื่อนรอบเดือนใช้อย่างไร

การใช้ยาเลื่อนรอบเดือน
ด้วยธรรมชาติของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะอยู่โดยประมาณ 2 อาทิตย์ ก่อนรอบเดือนจะมา ด้วยเหตุผลดังกล่าวแนวทางยอดเยี่ยมจำเป็นต้องเริ่มรับประทานยาก่อนวันที่คาดว่ามีเมนส์โดยประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนให้ทัน ถ้าหากรับประทานยาเพื่อเลื่อนในวันที่มีรอบเดือนแล้ว หรือก่อนมีเมนส์เพียงแต่ 2-3 วัน บางทีก็อาจจะไม่เป็นผล เพราะธรรมชาติทราบดีว่าไม่มีการฝังตัวอ่อน ร่างกายก็เลยเริ่มขั้นตอนการสร้างรอบเดือนไปตามเดิมแล้ว โดยการกินยาจะต้องรับประทานวันแล้ววันเล่ากระทั่งอยากให้มีรอบเดือนอีกทีก็เลยหยุดรับประทานยา

เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ยาเลื่อนเมนส์
สำหรับคนที่รอบเดือนมาไม่บ่อยนัก หรือไม่สามารถคาดคะเนวันที่จะมีรอบเดือนได้ การกินยาเลื่อนรอบเดือนมักไม่เป็นผล เนื่องด้วยไม่รู้จักวันตกไข่ที่เด่นชัด เหตุเพราะยาเลื่อนรอบเดือนเป็นกรุ๊ปฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ถึงแม้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมายังไม่พบว่าส่งผลต่อการเกิดโรคมะเร็งหรือเนื้องอกในช่องคลอดอะไร ทำให้สามารถรับประทานยาเลื่อนรอบเดือนได้นับเป็นเวลาหลายวันและก็หลายๆ ครั้ง แต่ว่าแม้กระนั้น แม้ใช้ยานานเหลือเกินระบบร่างกายบางทีอาจกำเนิดความสับสน นำมาซึ่งการทำให้บางทีอาจจำต้องใช้เวลานานเพื่อปรับนิสัยกลับไปสู่สภาวะธรรมดา ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยไม่สมควรใช้ยาเกิน 1 อาทิตย์และก็ควรที่จะใช้เท่าที่มีความจำเป็นเพียงแค่นั้น

ในคนที่มีเลือดไหลไม่ปกติ แล้วก็ยังไม่เคยรู้ว่าเลือดนั้นใช่ประจำเดือนหรือเปล่า หรือมีเหตุที่เกิดจากอะไร ควรจะเจอหมอเพื่อตรวจค้นก้อนเนื้อหรือโรคมะเร็งและก็ปัจจัยที่ชัดเจน เหตุเพราะการกินยาเลื่อนรอบเดือนบางทีอาจบังลักษณะของโรคได้

ในกรณีที่ไม่รู้จักว่าท้อง การกินยาเพื่อเลื่อนเมนส์ยังจัดว่าไม่เป็นอันตรายต่อการตั้งท้อง เนื่องจากว่าขณะท้องร่างกายจะสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตั้งแต่ก่อนจะมีการท้อง เพื่อรองรับตัวอ่อน เพียงพอมีการฝังตัวฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะยิ่งมากยิ่งขึ้น โดยเหตุนั้นยาเลื่อนเมนส์ก็เลยไม่เป็นผลต่อการท้อง

คนที่รับประทานยาคุมเสมอๆบ่อย ไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานยาเพื่อเลื่อนรอบเดือน แม้กระนั้นสามารถเลื่อนเมนส์ได้โดยรับประทานยาคุมกำเนิดที่รับประทานเสมอๆถัดไป ถ้าหมดแผงก็สามารถเริ่มรับประทานแผงใหม่ได้ตลอด ไปจนกระทั่งอยากให้มีรอบเดือนก็หยุดรับประทานยาคุมนั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้ได้กับยาเม็ดคุมกำเนิดมาตรฐานที่มี 21 เม็ด แต่ว่าถ้าหากเป็นแบบ 28 เม็ด จะมีตัวฮอร์โมนเพียงแค่ 21 เม็ด แล้วก็เป็นเม็ดแป้ง 7 เม็ด แนวทางรับประทานเป็นทิ้งเม็ดแป้งแล้วก็นำยาแผงใหม่มากินต่อจาก 21 เม็ด ดังนี้คนที่รับประทานยาคุมกำเนิดอยู่แล้วไม่สมควรรับประทานยาเลื่อนเมนส์ ในทางตรงกันข้ามยาเลื่อนเมนส์นั้นไม่สามารถใช้แทนยาคุมได้ เนื่องมาจากไม่มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการคุ้มครองการตั้งท้องเช่นเดียวกัน หากแม้ยาเลื่อนรอบเดือนจะไม่เป็นผลร้ายต่อสภาพร่างกาย แต่ว่าการใช้ยานานๆหรือบ่อยเกินความจำเป็น อาจจะทำให้ระบบการมีรอบเดือนมีความสับสน และจะต้องใช้เวลาเพื่อปรับสภาพร่างกายสู่ภาวะสมดุลปกติ โดยเหตุนี้จึงต้องควรใช้ยาเพื่อเลื่อนรอบเดือนเท่าที่มีความจำเป็นเพียงแค่นั้น
ทั้งนี้หากมีลักษณะอาการแตกต่างจากปกติ หรือไม่มั่นใจเกี่ยวกับการมีรอบเดือนให้ขอความเห็นสูตินรีแพทย์เพื่อหามูลเหตุ รับคำชี้แนะและการดูแลรักษาอย่างแม่นยำ

สุขภาพทั่วไป

ไขมันพอกตับ

การออกกำลังกายส่วนใหญ่นั้นเพื่อจะให้ห่างไกลโรคต่างๆ และโรคที่เกี่ยวกับ  ไขมันพอกตับ ซึ่งการออกกำลังกายนี้จะต้องทำการวอมอัพร่างกายก่อน ซึ่งเราเชื่อว่าคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายมักทราบกันดีถึงการต้องวอมอัพนี้ แต่จะมีกี่คนที่ให้ความสนใจกับการวมอัพเหล่านี้ เพราะคนส่วนใหญ่มักไม่ชื่นชอบในการยืดเส้นยืดสายเลย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่ที่มาออกกำลังกายกันนั้น มักจะข้ามขั้นตอนในการวอมอัพเหล่านี้กันเสมอ

การวอมอัพนั้นเป็นการทำให้ร่างกายของเราได้มีการรยืดเส้นยืดสาย ดังนั้นหากผู้ที่ออกกำลังกายไม่วอมอัพก่อนการออกกำลังกายส่วนใหญ่แล้วเขาจะมีอาการปวดเมื่อยหลังการออกกำลังกายอยู่เสมอ หรืออาจจะส่งผลให้ก้ามเนื้อของพวกเขาเหล่านั้นเกิดการอักเสบได้ง่ายๆ

การออกกำลังกายส่วนใหญ่มักจะเป็นการวิ่ง การปั่นจักรยาน การเข้าฟิตเน็ต หรือการเตะบอล เพราะเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายยังมีอีกหลากหลายวิธี ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงการออกกำลังกายในรูปแบบอื่นดูบ้างว่าเราควรนำไปใช้หรอควรแนะนำให้กับบุคคลใดในครอบครัวของเราได้บ้าง

การชกมวย เป็นการออกกำลังกายอีกประเภทหนึ่ง

ที่สามารถเล่นได้ในกลุ่มของเด็กวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคน แต่ไม่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เพราะการชกมวยนั้นเป็นการใช้กำลังที่มาก เป็นการใช้แรงส่งด้วยการกระแทก ซึ่งนั้นอาจจะก่อให้เกิดอาการฟกช้ำได้ง่าย และก่อให้เกิดการบาดเจ็บโดยง่ายเช่นกัน แต่ทว่าการออกกำลังกายชกมวยนี้ สามารถเรียกเหงื่อหรือเป็นการออกกำลังกายสำหรับคนบ้าพลังเลยแหละ

ซี่งหากผู้สูงอายุอยากชกมวยจริงๆแล้วละก็ ต้องเริ่มจากการที่วิธีการเล่นแบบเบาๆเสียก่อน หรืออาจจะเริ่มโดยการฝึกชกลมก่อนก็ได้ ซึ่งจะทำการฝึกไปเรื่อยๆ จนชำนาญแล้วจึงจะค่อยๆขยับเริ่มชกมสวยจากเบาๆ เพื่อเป็นการทำให้ร่างกายเกิดความคุ้นชิน กล้ามเนื้อพร้อมรับแรงกระแทกจึงจะออกแรงได้มาขึ้น

การชกมวยนี้หากไม่มีร่างกายที่แข็งแรงพอก็ไม่ควรเล่นโดยเด็ดขาด ควรไปหาวิธีการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นจะเหมาะสมกว่า ดีกว่าจะต้องมาเจ็บตัวหรือเจ็บก้ามเนื้อของร่างกาย เพราะมันเหมาะกับพวกบ้าพลังเป็นอย่างยิ่ง

หรือหากต้องการให้บุตรหรือหลานของท่านเรียนก็พอได้ เพราะเด็กสามารถมีการยืดหยุ่นของร่างกายมากกว่าผู้ใหญ่ และการขยับตัวสามารถทำได้คล่องแคล่วกว่าเยอะอีกด้วย นั้นก็คือการเล่นกีฬาให้เหมาะสมแก่วัยนั่นเอง

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

พฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

รู้หรือไม่ พฤติกรรมที่คุณกำลังทำอยู่อย่างคุ้นชิน กำลังทำลายสมองของคุณอยู่ เพราะการดูแลตัวเองให้สมบูรณ์เพอร์เฟคเป็นเรื่องยากกว่าการที่เราจะเผลอไปทำร้ายสุขภาพตัวเอง เพราะว่าทุกวันนี้เราอาจมองพฤติกรรมไม่ดีเป็นสิ่งที่เฉยๆ ทำได้ไม่ผิดมาตลอด วันนี้เราจะมาพูดถึงพฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน มาบอกเตือนกัน ไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

1. ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน
น้ำถือเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรบริโภคให้เพียงพอต่อวัน เพราะน้ำเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ทุกเซลล์ในร่างกายประกอบด้วยน้ำ มากกว่าครั้งขององค์ประกอบในร่างกาย คือ น้ำ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นั้นระบุว่า การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันนั้นทำร้ายสมองของคุณเป็นอย่างยิ่ง และส่งผลต่อกระบวนการรับรู้ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ วางแผน หรือ แม้กระทั่งการตัดสินใจ ดังนั้นการดื่มน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันจึงสำคัญมาก ต่อสุขภาพสมอง ถ้าดื่มน้ำให้เป็นนิสัยจะทำให้ร่างกายของคุณดีขึ้นอย่างที่คุณคิดไม่ถึงเลยทีเดียว เมื่อรู้อย่างนี้จะมัวรออะไร หยิบแก้วไปเติมน้ำมาดื่มกันเลย

2. นอนไม่เพียงพอ หรือ พฤติกรรมการนอนที่ไม่เหมาะสม
แน่นอนเลยว่าการที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อย หรืออดนอน ไม่ว่าจะเพื่ออะไรย่อมมีอาการบางอย่างที่บ่งบอกว่า ร่างกายกำลังแย่เสมอ เช่น การโต้รุ่งอ่านหนังสือเพื่อไปสอบ สิ่งแรกที่คุณรับรู้เมื่อเช้าแล้ว คือ อาการมึนๆ ตื้อๆ เหมือนกำลังจะเบลอ เป็นต้น เรารู้กันอยู่แล้วว่า การนอนที่เพียงพอจะอยู่ที่ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะร่างกายจะได้พักผ่อนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่หลายคนก็นอนดึก หรือ นอนไม่เพียงพอ เพราะต้องอ่านหนังสือ ทำงานดึก ดังนั้นเราควรจัดตารางการนอนของตนเองให้เหมาะสม เพื่อที่ร่างกายและสมองจะได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ จำไว้ว่าเมื่อใดที่คุณนอนน้อยคุณกำลังฆ่าเซลล์สมองของคุณด้วยตัวของคุณเอง

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

ช่วงที่กำลังทานเจ ออกกำลังกายได้หรือไม่

เป็นใครก็ต้องงงเมื่อมีคนพูดกันว่า ถ้ากินเจ ห้ามออกกำลังกาย จริงหรือ? พวกเขาเหล่านั้นคงคิดว่าในแต่ละวันที่ทานเจร่างกายจะได้รับโปรตีนในปริมาณที่ไม่เพียงพอซึ่งถ้าให้ออกกำลังกายอีกร่างกายต้องแย่ลงแน่ๆ ความจริงคืออะไร ไปดูกันเลย

ในความเป็นจริง ถึงแม้ว่าคุณกำลังทานเจอยู่คุณก็สามารถที่จะออกกำลังกายได้ตามปกติ เพียงแค่ต้องเลือกออกกำลังกายที่เบา ไม่หนัก ในผู้ชายหรือผู้หญิงบางคนที่เลือกออกกำลังหนักๆ ไปไกลถึงขั้นยกเวท สร้างกล้ามเนื้อแขน ขา หน้าท้องกันอย่างจริงจังนั้น หากรับประทานโปรตีนเข้าไปในร่างกายไม่มากพอ ก็จะส่งผลให้การออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อได้ผลไม่เต็มที่อย่างเคย และหากกินเจไม่ถูกวิธี รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ อาจส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ง่ายกว่าเดิมอีกด้วย

ช่วงเทศกาลกินเจ ทานอะไรดี?
– นมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ โปรตีนเกษตร เป็นทั้งแหล่งโปรตีนและธาตุเหล็กสูง ช่วยสลายคอเลสเตอรอล
– ธัญพืชต่างๆ เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน งาดำ งาขาว ควินัว เมล็ดเซีย เพิ่มวิตามินและกรดไขมันที่ดี
– เห็ดชนิดต่างๆ มีกรดไขมัน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย
– ผัก ผลไม้หลากหลายสี จะช่วยทำให้เราได้รับวิตามินที่หลากหลาย
– ข้าวกล้อง ช่วยเพิ่มวิตามิน และเกลือแร่ให้กับร่างกาย บำรุงสมอง กระดูก และช่วยในเรื่องการขับถ่าย
– ซุปมิโสะ ใส่เต้าหู้กับสาหร่ายวากาเมะยิ่งดี (แต่อย่าใส่ต้นหอมนะ) อร่อยและมีโปรตีนด้วย

เพียงคุณเลือกทานให้เหมาะสม ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องงดออกกำลังกาย หรือหาข้ออ้างมาเลี่ยงการออกกำลังกายได้แล้ว