สุขภาพเกี่ยวกับหู

มาทำความรู้จักอาการหูตึงกัน

            ภาวะอาการหูตึงคือการที่ประสิทธิภาพการได้ยินของหูของเราลดลงอาจจะเกิดกับหูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างก็ได้โดยปกติแล้วระดับความดังของเสียงที่คนเราสามารถได้ยินได้ไม่ควรเกิน 90 เดซิเบล สำหรับคนที่มีอาการหูตึงจะพบว่าระดับการได้ยินเสียงจะน้อยมาก อาจจะได้ยินเสียงที่คนคุยกันปกติเป็นเสียงกระซิบแผ่วๆซึ่งจะสังเกตได้ว่าคนที่มีอาการหูตึงจึงมักจะพูดตะโกนเสียงดังออกมาและต้องให้เราพูดเสียงดังๆให้เข้าฟังใหม่อีกครั้ง

สำหรับโรคหูตึงนั้นเกิดมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น

  1. กลุ่มคนที่ทำงานในพื้นที่ที่มีเสียงดังนานๆ อย่างพวกโรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์  คนกลุ่มนี้มักจะอยู่ในพื้นที่ที่ได้ยินเสียงดังประมาณ 85 เดซิเบลขึ้นไป ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อการได้ยินเพระเสียงที่ดังเกินไปมันจะไปทำลายเซลล๋ในหูชั้นกลาง ซึ่งหากยังต้องทำงานในพื้นที่แบบนี้นานๆก็จะกลายเป็นโรคหูตึงแบบถาวรได้ ดังนั้นการทำงานในพื้นที่แบบนี้จึงสมควรจะใส่ที่อดหูเพื่อช่วยลดระดับความดังของเสียงลง แต่หากลองใส่แล้วยังรู้สึกว่าเริ่มมีปัญหาการได้ยินเสียงควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทหูทันที
  2. บางคนกินยาบางอย่างมากเกินไปก็อาจจะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการหูตึงได้ เพียงหยุดยานั้นก็จะหาย 
  3. บางคนหูตึงเพราะอายุมากขึ้น โดยปกติแล้วคนที่อายุเกิน 60 ขึ้นไปมักจะมีปัญหาการได้ยินเพราะอวัยวะภายในร่างการมีการเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา  ซึ่งหากหูตึงเพราะอายุมากขึ้นจะไม่สามารถรักษาได้ แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ เครื่องช่วยฟัง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กับกลุ่มคนที่มีปัญหาการได้ยินกันเป็นจำนวนมาก
  4. หูตึงที่เกิดมาจากการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งอาจเกิดมาจากแรงกระแทก เช่น อาจโดนตบหูมาอย่างแรง ซึ่งอาการจะเป็นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงกระแทกบางคนอาจแค่หูตึกชั่วคราว แต่บางคนอาจหูหนวกเลย
  5. หูตึงเพราะติดเชื้อในหูชั้นใน ซึ่งต้องรีบไปให้หมอหาสาเหตุของการติดเชื้อจะได้รักษาได้ทันท่วงที
  6. หูตึงที่เกิดจากภาวะน้ำในหูไม่เท่ากัน ซึ่งโรคนี้มีผลกับหูโดยตรง ต้องปรึกษาแพทย์ และรีบรักษาด่วน

         เราสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นของเราก่อนว่าเราอยู่ในภาวะหูตึงหรือไม่ โดยพยายามสังเกตการได้ยินของตัวเราเองว่าเราต้องให้คนอื่นคอยพูดซ้ำๆกับเราบ่อยแค่ไหน หรือเมื่อเราเปิดทีวีดูระดับความดังของเสียงที่เราฟังตัวเลขสูงเกินไปหรือไม่ คนที่นั่งดูทีวีด้วยกันกับเราเขาท้วงติงถึงความดังว่าเราเปิดเสียงทีวีดังเกินไปหรือไม่ ถ้าพบว่าระดับการได้ยินของเรามีปัญหาควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

สุขภาพเกี่ยวกับหู

คุณรู้หรือไม่ว่าเครื่องช่วยฟังคืออะไร ?

เครื่องช่วยฟังที่เรามักพูดถึงหรือแพทย์ส่วนใหญ่มักจะพูดถึงก็คืออุปกรณ์ชนิดหนึ่ง

ที่สามารถช่วยในเรื่องของการขยายเสียงให้ดังขึ้นหรือปรับเสียงให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ที่ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการได้ยินหรือปัญหาเกี่ยวกับเสียงนั่นเอง 

ซึ่งอุปกรณ์ที่เราเรียกว่าเครื่องช่วยฟังนี้จะมีลักษณะที่ไม่ใหญ่มาก หรทอมีลักษณะที่เล็กกระทัดรัดสามารถแหวนหรือสวมใส่ไว้ที่หูของเรา เพราะเครื่องช่วยฟังเหล่านี้มีหน้าที่ขยายเสียงต่างๆที่อยู่ข้างๆหรือรอบตัวของเรา เพื่อปรับให้เสียงได้ยินอย่างชัดเจนขึ้น ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับเสียงหรือการได้ยินนั่นเอง 

การที่เครื่องช่วยฟังสามารถขยายเสียงขึ้นได้ก็เพื่อเป็นการตอบสนองให้กับท่านที่มีปัญหาอย่างรุนแรงในการได้ยิน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ได้มีการผลิตขึ้นเพื่อเป็นการช่วยให้บุคคลที่เป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับการได้ยินบกพร่อง ซึ่งมันจะช่วยในเรื่องการทำหน้าที่ให้ได้ยินชัดเจนมากขึ้น

เครื่องช่วยฟังมีหลักการทำงานในด้านใดบ้าง

เครื่องช่วยฟังที่เราเคยได้ยินชื่อและสรรพคุณของมันนั้น มันคือชิ้นส่วนของอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาประกอบกันให้เกิดการขยายเสียงที่ดังขึ้น ทำให้ผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการได้ยินได้ยินเสียงที่ชัดขึ้น เครื่องช่วยฟังที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้มักจะเป็นแบบดิจิตอลสะส่วนใหญ่ ซึ่งการทำงานของมันจะอาศัยถ่านหรือแบตเตอรี่ในการประกอบการใช้งาน 

การทำงานที่ซับซ้อนของมันด้วยกลไกลต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น สามารถทำให้ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน สามารถได้ยินดังขึ้นหรือชัดเจนขึ้น ซึ่งอัตราของผู้ที่มีปัญหาในการได้ยินเสียงเช่นนี้ มีปัญหาเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน สาเหตุหลักก็มาจากการสัมผัสกับเสียงที่มีความดังเป็นเวลานานๆ จึงทำให้เกิดการผิดปกติกับการได้ยินได้นั่นเอง

เราสามารถหลีกเลี่ยงกับเสียงดังๆเป็นเวลานานได้ก็ดี แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรเลือกหาอุปกรณ์ต่างๆที่สามารถทำให้เราได้ยินเสียงที่ดังนั้นลดลง แต่หากว่าคุณปล่อยไว้โดยไม่มีการป้องกันใดๆเลยเป็นเวลานานๆอาจจะทำให้คุณเป็นอีกหนึ่งคนที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับเสียก็เป็นได้เช่นกัน ซึ่งผลเสี่ยงที่จะเป็นปัญหาก็ค่อนข้างมีความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกัน

ส่วนประกอบของเครื่องช่วยฟังมีดังนี้

– ไมโครโฟน ( เป็นตัวกลางช่วยในเรื่องของการขบายเสียงให้เราได้ยินดังขึ้นหรือชัดเจนขึ้น )  

– ตัวขยายสัญญาณหรือตัวปรับความดัง (ทำหน้าที่ช่วยปรับระดับความดังหรือเพื่อเป็นการช่วยในเรื่องการรับส่งสัญญาณต่างๆที่อยู่รอบๆตัวเรา )

– ตัวรับหรือลำโพง ( คอยทำหน้าที่รับสัญญาณและส่งต่อสัญญาณไปยังลำโพงเพื่อนำไปขยายเสียง )

– แบตเตอรี่ ( เป็นตัวเชื่อมอุปกรณ์และพลังงานให้เครื่องช่วยฟังสามารถใช้งานได้และสามารถมีอายุในการใช้งานได้นานขึ้นนั่นเอง )