สุขภาพ

ฟันน้ำนมหลุด ทำไมต้องโยนขึ้นหลังคาบ้าน

เป๊ง!… เสียงฟันกระทบกับหลังคาบ้าน  มีความเชื่อโบราณที่กล่าวว่า “เมื่อใดที่ฟันน้ำนมหลุด ให้รีบโยนฟันขึ้นหลังคาบ้านทันที” ถ้าฟันล่างหลุดให้โยนฟันขึ้นหลังคาบ้าน หากเป็นฟันบนให้โยนฟันลงมาที่พื้นดิน หลายคนคงสงสัยว่า “ประเพณีแบบนี้มีมาจากไหนและเหตุใดจึงต้องทำแบบนั้น”

เมื่อเด็กน้อยอายุได้สัก 6 เดือน ฟันน้ำนมซี่แรกเริ่มขึ้นมาในช่องปาก แล้วฟันน้ำนมเหล่านี้จะอยู่ในช่องปากไปสักพักใหญ่ๆแล้วค่อยๆหลุดไปต่อมาฟันแท้ก็จะผุดขึ้นมาแทนที่และถูกใช้งานบดเคี้ยวอาหารต่อไป โดยปกติแล้วฟันน้ำนมซี่แรกจะเริ่มหลุดเมื่ออายุได้ประมาณ 6 ขวบ และจะหลุดหมดในช่องปากเมื่ออายุประมาณ 11 ปี 

ทำไม ฟันน้ำนมหลุดแล้วต้องโยนฟันขึ้นหลังคาด้วย

ตามความเชื่อของคนสมัยก่อน เมื่อฟันน้ำนมล่างหลุด ให้โยนฟันขึ้นหลังคาบ้านทันที ส่วนฟันบนหลุดก็ให้โยนลงพื้น จะเห็นได้ว่าเป็นความเชื่อหนึ่งที่ไม่ให้เราเกิดความเสียดายและยึดติดกับของที่เสียไป เมื่อฟันหลุดปุ๊บ ให้ทิ้งเลยทันทีพร้อมออกกุศโลบายว่า “ถ้าโยนฟันทิ้งไปแล้ว ฟันแท้ที่ขึ้นมาจะเรียงตัวสวยงาม ไม่บิด ไม่เกอีกด้วย” 

 

ตามหลักวิทยาศาสตร์ อธิบายความเชื่อนี้ไว้อย่างไร

จริงๆแล้วปัจจัยที่สนับสนุนให้การขึ้นของฟันแท้ขึ้นมาแล้วเรียงตัวสวย ไม่บิด ไม่เก มีอยู่หลายปัจจัยทั้งเรื่องกรรมพันธุ์ ระยะเวลาที่ฟันน้ำนมหลุด การติดเชื้อของฟันน้ำนม รวมไปถึงการติดเชื้อในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ เป็นต้น บางคนมีฟันเกเพราะฟันมีขนาดที่ใหญ่เกินไปและกระดูกขากรรไกรมีพื้นที่ไม่เพียงพอที่จะให้ฟันขึ้นมาแบบตรงๆได้จึงออกมาในลักษณะเอียงบ้าง เกบ้าง สำหรับฟันน้ำนมที่ไม่หลุดตรงตามเวลาที่ควรจะเป็นจะทำให้ฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้ไม่สามารถขึ้นมาในช่องปากได้ อาจทำให้มีฟันแท้ไม่ครบตามจำนวนปกติได้

 

ดังนั้นแล้วตามคำที่คนโบราณกล่าวไว้ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นอาจจะไม่สามารถอธิบายที่มาที่ไปได้ทั้งหมด มีเพียงแต่ความหมายที่เล่าลือต่อกันมาเรื่อยๆ แต่ที่แน่ๆนั้น ถ้าเราอยากให้ลูก หลานของเรามีฟันแท้ที่เรียงตัวสวยงาม การดูแลฟันน้ำนมให้ดีๆก็เป็นส่วนช่วยสำคัญเพราะถ้าฟันชุดแรกดี เด็กสามารถดูแลรักษาฟันได้เอง เชื่อแน่เลยว่า “การดูแลฟันแท้ก็จะดีด้วยเช่นกัน ” ….ความเชื่อเรื่องการโยนฟันน้ำนมที่หลุดไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไร ฟันชุดแรกหลุดไปก็อย่าไปเสียดาย เตรียมรอลุ้นฟันชุดใหม่ มันจะสวยขนาดไหนค่อยมาดูกัน

 

สนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ ราคา

สุขภาพ

อย่าละเลย หนึ่งในสิ่งสำคัญในการฝึกเลิกบุหรี่

ข้อสุดท้านนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง ที่คล้ายกับเรื่องของความเข้มแข็งและเราความใจอ่อนนั้นเอง แต่อันนี้เป็นปราการด่านหลังจากที่เรานั้นพ่ายแพ้ให้กับความเข้มแข็งของตัวเอง แล้วก็ยอมทำให้ตัวเองใจอ่อนอีกด้วย นี่คือเรื่องสำคัญที่ไม่อาจจะมองข้ามได้เลย ปราการด่านนี้เป็นเหมือนเฮือกสุดท้ายของทุกๆสิ่งที่มี ถ้าเราแพ้ให้กับด่านนี้ ก็คือจบสิ้นความตั้งใจแล้ว

คำว่าอย่าละเลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่ไม่ต้องคิด ไม่ต้องนึก อะไรทั้งนั้น เพราะมันจะไม่เกี่ยวกับความตั้งใจหรือความนึกคิดอะไรเลย มันคือการกระทำด่านสุดท้าย ที่ไม่ว่าจะมีอะไรมากระทบมากขนาดไหน แต่มันต้องมากระทบเพียงหินให้ตัวใจของเราเท่านั้น ห้ามแม้แต่ครั้งเดียวเดียวที่จะยกหินก้อนนี้ออก ถ้าทำได้เช่นนี้ ที่จะมีสักจุดหนึ่งในหัวของเรานั้นไม่ซื้อสตอรี่อะไรของตัวเราเลย

เราเพียงตั้งตัวเองเป็นหิน ไม่ฟังไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ก็จะทำให้ไม่ว่าเราจะอ่อนแอขนาดไหน หรือเราจะหมดความเข้มแข็งขนาดไหน หรือว่าเราจะโดนคนอื่นชักจูงขนาดไหน ก็จะไม่สะทกสะทานใดๆ เราก็จะทำตัวสบายๆเหมือนเป็นหิน แล้วก็ไม่ละเลยแม้แต่ครั้งเดียว ต่อให้อ่อนแอขนาดไหนก็ตาม นั้นก็จะทำให้เรากลายเป็นคนที่เลิกบุหรี่ได้สำเร็จอย่างแน่นอน นี่คือสิ่งที่เราควรจะทราบตัวเองอยู่เสมอว่า คนเรานั้นเป็นอะไรที่เปราะบาง และผ่ายแพ้ให้กับสิ่งรอบข้างได้ทุกเวลา นั้นก็ทำให้เราพังพินาศได้ทุกเมื่อ คำว่ามนุษย์นั้นมีฮิวแมนเออเรอร์ อยู่กับตัวตั้งแต่เกิดแล้ว

แล้วมันก็เป็นอุปสรรคเดียวที่ขวางกันมนุษย์ทุกผู้ด้วย เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเครื่องจักรมันถึงทำทุกอย่างได้ง่ายๆ เพราะมันไม่มีคำว่ากิเลศยังไงล่ะ ดังนั้นเราจะยกจุดดีจุดแรกนี้มาใช้เพียงจุดเดียวก็พอ คือการที่เราจะมีด่านสุดท้ายที่ไม่มีคำว่ากิเลสแล้วทำมันด้วยความที่เราโดนโปรแกรมเท่านั้น ต่อให้อ่อนแอผ่ายแพ้ขนาดไหน ก็จบเพียงแค่นั้น เราจะไม่จุดบุหรี่เลยสักครั้งเดียว เพราะเป็นโปรแกรมห้ามละเลยของเรานั่นเอง

อะไรก็ตามที่เป็นเพราะมนุษย์ทำไม่ได้ แต่เครื่องจักรทำได้ เราก็ไม่แค่ขอยืมโปรแกรมเดียวนี้มาใช้ก็พอ จะได้ไม่กลายเป็นมนุษย์เครื่องจักรมากเกินไป เราสามารถที่จะเป็นอะไรก็ตามเราจะอ่อนแอก็ได้ เราจะได้กลิ่นบุหรี่แล้วอยากก็ได้ หรือเพื่อนเราจะชวนก็ได้ แต่พอหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดแล้วเท่านั้น เราก็เพียงไม่จุด ไม่ต้องคิดอะไร เพียงแค่ไม่จุด และทิ้งบุหรี่ไปเท่านั้น จบ

 

 

ขอบคุณ  เครื่องช่วยฟัง  ที่ให้การสนับสนุน

สุขภาพ

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

       คุณเคยมีอาการปวดหลังบริเวณเอวส่วนล่าง หรือรู้สึกปวดที่หลังมากๆในตอนที่นั่งงอตัวหรือไม่ ถ้าเคยแสดงว่าตอนนี้คุณมีความเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ และนอกจากอาการที่หลังแล้วเรายังสามารถสังเกตความเสี่ยงนี้ได้อีกจากอาการของความปวดที่เกิดขึ้นที่ขา โดยอาการที่แสดงที่ขามีได้ 3 แบบ คือ อาการปวด ชา หรือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการปวดหรือชาขาที่เกิดขึ้นจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้นมีลักษณะคือ มีอาการตามแนวที่เส้นประสาทวิ่งไป จะรู้สึกถึงอาการปวดได้ตั้งแต่บริเวณเอว ต้นขา น่อง ลามไปจนถึงบริเวณเท้าและนิ้วเท้าได้ อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อก็มีลักษณะที่คล้ายกับอาการปวดและชา คือจะมีการอ่อนแรงของมัดกล้ามเนื้อที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นที่ถูกกดทับนั้น

      อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นโรคอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความเสื่อมของร่างกายมนุษย์ หมอนรองกระดูกสันหลังนั้นเปรียบเสมือนโช๊คอัพที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง โดยมีคุณสมบัติในการยืดหยุ่น เพื่อรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการใช้งานของกระดูกสันหลังในเวลาที่เรามีการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเดินหรือกระโดดนั่นเอง ในช่วงวัยที่เราอายุยังน้อยภายในหมอนรองกระดูกสันหลังนั้นจะมีองค์ประกอบของน้ำเป็นส่วนที่สำคัญ แต่พอเวลานานไปของทุกอย่างก็ย่อมเสื่อมโทรมลงเป็นปกติ ซึ่งเปอร์เซ็นต์ของน้ำในหมอนรองกระดูกสันหลังเองก็จะลดลงเช่นกัน โดยในปัจจุบันโรคหมอนรองกระดูกสันหลังที่เกิดขึ้น

และพบบ่อยนั้นก็คือภาวะของหมอนรองกระดูกสันหลังที่เสื่อม อย่างที่เราทราบกันว่าความเสื่อมที่เกิดขึ้นมักจะมาจากอายุที่มากขึ้น กล่าวคือเราได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน แต่ในปัจจุบันโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมนี้เองก็สามารถพบได้ในคนที่มีอายุตั้งแต่ 25-50 ปี ภาวะนี้เกิดจากตัวหมอนรองกระดูกเกิดภาวะที่แห้งลงจนทำให้เสียความยืดหยุ่นไป พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราเองที่มีส่วนสำคัญทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยของร่างกายก่อนวัยอันควร โดยถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ เราจึงพบคนที่มีอาการเช่นนี้ได้บ่อยที่สุดในกลุ่มของคนวัยทำงาน และนอกจากนี้ยังพบในกลุ่มผู้สูงอายุด้วย ซึ่งมีสาเหตุมาจากความเสื่อมถอยของร่างกาย 

       เมื่อทราบถึงอาการเบื้องต้นและสาเหตุของการเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแล้ว ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป เพราะในปัจจุบันมีวิธีรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โดยวิธีการรักษาก็ย่อมขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งจะมีตั่งแต่เริ่มจากการทานยาเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบไปจนถึงการทำกายภาพบำบัด และอาจจะมีการฉีดยาลดการอักเสบที่เส้นประสาทในกรณีที่มีอาการรุนแรงจนอาจจะต้องได้รับการเข้าผ่าตัด อย่างไรก็ตามการที่เรารู้จักที่จะป้องกันตัวเองไม่ให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนั้นย่อมเป็นทางที่ดีกว่า โดยที่เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเบื้องต้น

ได้ด้วยการหลีกเลี่ยงที่จะไม่ยกของหนัก หรือยกของท่าเดิมๆมากเกินไป มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถในการทำงานทุกๆ 2-3 ชั่วโมง และหมั่นออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องให้แข็งแรง สุดท้ายนี้ก็ขอฝากให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น เพื่อให้มีอายุที่ยืนยาวและได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยเบียดเบียน

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

สุขภาพ

ปัญหาเกี่ยวกับช่องปาก 

คุณเคยคุยกับใครแล้วเกือบต้องเสียมารยาทหันหน้านี้เขาคนนั้นบ้างไหม กลิ่นอะไรมันจะรุ่นแรงมากมายขนาดนั้น หากว่าคุณเคยรู้สึกแบบนี้ แล้วคุณเคยสำรวจกลิ่นปากของตัวเองบ้างไหมว่า เวลาที่คุณคุยกับใคร มีใครมีอาการไม่อยากคุยกับคุณบ้างหรือเปล่า ปัญหากลิ่นปากมีที่มาหลายเหตุผล ทั้งเรื่องอาหารที่เรารับประทานเข้าไป หรือเราเป็นโรคเกี่ยวกับในช่องปาก เช่น ปัญหาเหงือกอักเสบหรือปัญหาฟันผุ หากคุณลองสำรวจตัวเองแล้วพบว่ากำลังเริ่มเข้าข่ายของการมีปัญหานี้ หรือไม่อยากเจอปัญหาเกี่ยวกับ ช่องปากอยางนี้ เรามาหาวิธีดูแลช่องปากของเรากันเถอะ

เริ่มจากการหาสาเหตุที่ทำให้เราปากเหม็นกันก่อนค่ะว่าเกิดได้จากสาเหตุอะไรบ้าง จากการศึกษามาพบว่าสาเหตุของปากเหม็นนั้นมาจาก 

  • อาหารที่เรากินเข้าไปนี่ละค่ะ เพราะอาหารบางชนิดมีกลิ่นฉุนรุนแรงดังนั้นเมื่อทานเข้าไปจึงทำให้เรามีกลิ่นปากได้
  • นอกจากอาหารแล้วเครื่องดื่มที่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิดและแม้แต่การสูบบุหรี่ก็เป็นตัวการทำให้ปากเรามีกลิ่นเหม็นได้เหมือนกัน
  • ปัญหาสุขภาพในช่องปากและฟัน ซึ่งปัญหานี้มีผลต่อกลิ่นเหม็นในช่องปากของเราเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องฟันผุ การมีเศษอาหารติดตามซอกฟัน หรือเกิดจากปัญหาเหงือกอักเสบ 
  • การเป็นโรคบางชนิดก็มีผลเกี่ยวพันธ์กับช่องปากเหมือนกัน เช่นโรคไซนัสอักเสบ  โรคเกี่ยวกับปอด  หรือโรคทอนซิบอักเสบ ดังนั้นการเป็นโรคต่างๆเหล่านี้ ควรรีบไปรักษากับแพทย์ที่ชำนาญการโดยด่วน 
  • นอกจากโรคต่างๆแล้วเรื่องของระบบการย่อยอาหาร ระบบการขับถ่ายไม่ปกติก็มีผลต่อกลิ่นปากของเราทั้งสิ้น 

         ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน เรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยมีผลกระทบต่อการมีกลิ่นปากของเราทั้งสิ้น โดยหากเรามีกลิ่นในช่องปากเราอาจเกิดโรคในช่องปากได้ด้วย มาดูกันว่าโรคในช่องปากมีอะไรบ้าง 

  • โรคร้อนใน  คืออาการเป็นแผลในปากโรคนี้มักจะเป็นๆหายๆ เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • โรครำมะนาด คือการมีหนองที่เหงือก ฟันจะโยกไปมาก มีอาการปวดอักเสบและมีเลือดออกที่ฟัน
  • โรคมะเร็งในช่องปาก สาเหตุเกิดจากมีแผลในช่องนานเกินไป และมักเป็นสำหรับคนที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป 

เพื่อไม่ให้เกิดโรคต่างๆเหล่านี้ เราจึงควรดูแลช่องปากของเราให้สะอาดอยู่เสมอ เช่น การแปลงฟันทุกวันอย่างน้อยเช้าเย็นครั้งละ 3-5 นาที และถ้าเป็นไปได้หลังทานอาหารให้บ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหาร เมื่อเวลาทานอาหารควรกินอาหารที่ช่วยในการทำความสะอาดฟันบ้าง เช่นการกินมันแกว  และควรพยายามใช้ฟันให้ครบทุกซี่ในการเคี้ยวอาหาร หากคุณใส่ฟันปลอมควรถอดล้างทุกครั้งหลังทานอาหาร  พักผ่อนให้เพียงพอ  งดเครื่องดื่มที่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์และควรงดทานอาหารที่ไม่กลิ่นฉุนรุนแรง  ที่สำคัญควรไปพบทันตแพทย์ทุกๆ6 เดือนหรือถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับฟันควรให้หมอฟันรีบรักษาทันที 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

สุขภาพ

การดูแลและรักษารีเทรนเนอร์

รีเทรนเนอร์เป็นเครื่องมือและอุปกรณ์ที่คนจัดฟันนั้นจะรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นอุปกรณ์ที่จะต้องใส่หลังการจัดฟันไปอย่างน้อย5-10ปีนั่นเอง เพื่อที่จะคงสภาพฟันที่ได้ผ่านการจัดมานั้นไม่ให้ล้มหรือผิดทรงไปจากเดิมนั่นเอง และอุปรณ์ในการรักษาหลังการจากฟันเพื่อให้ฟันยังคงสภาพที่สวยงามไว้นักถือว่าเจ้ารีเทรนเนอร์นี้นั้นเป็นปัญหากับหลายๆคนมาก

และเรื่องส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหานั้นไม่ใช่เรื่องการใส่หรือไม่ใส่เพียงเท่านั้นแต่เป็นเรื่องในการดูแลรักษาเจ้ารีเทรนเนอร์นั่นเอง เชื่อว่าหลายคนจะต้องเคยเจอทั้งปัญหาลืมรีเทรนเนอร์บ้าง รีเทรนเนอร์หักบ้าง หรือการเกิดสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับรีเทรนเนอร์นั่นเอง

โดยเรื่องที่พบบ่อยและเป็นปัญหาที่สุดจะเป็นการเก็บรักษาอย่างไรไม่ให้รีเทรนเนอร์นั้นสูญหายหรือเกิดการหายในขณะที่ถอดนั่นเอง เพราะในการใส่รีเทรนเนอร์ในช่วงแรกๆหังการถอดเครื่องมืออกนั้นจะต้องมีการใส่รีเทรนเนอร์อยู่ตลอดเวลาและถอดเฉพาะตอนกินข้าวเท่านั้นและในการออกไปกินข้าวนอกบ้านนั้นจึงเกิดเป็นปัญหาใหญ่ในการลืมรีเทรนเนอร์นั่นเอง ทำให้ต้องเสียเงินในการทำรีเทรนเนอร์ใหม่อยู่หลายครั้งหลายหน และราคาในการทำรีเทรนเนอร์แต่ละครั้งนั้นถือว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงคือ3-4พันบาทเลยทีเดียว 

ทำให้รีเทรนเนอร์นั้นถือเป็นสิ่งที่เกิดรายจ่ายที่สิ้นเปลืองนั่นเอง ซึ่งวิธีการเก็บดูรักษารีเทรนเนอร์ไม่ให้เกิดการสูญหายนั้นสามารถทำได้โดยการใช้กล่องพลาสติกโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการแถมมาให้จากคลินิคพร้อมกับรีเทรนเนอร์นั่นเอง โดยการที่เก็บรีเทรนเนอร์ในกล่องพลาสติกแทนการห่อกระดาษทิชชู่นั้นจะสามารถช่วยในเรื่องการสูญหายอย่างดีมากเพราะเมื่อเราเอารีเทรนเนอร์ใส่กล่องนั้นเพราะเราสามารถตีจะเก็บลงในกระเป๋าได้หรือถ้าหากวางไว้บนโต๊ะเราก็จะสามารถรู้ได้ว่าเราลืมกล่องนั้นคือกล่องของเรานั่นเอง

แต่ถ้าหากเป็นการถอดรีเทรนเนอร์แล้วห่อไว้ในทิชชู่นั้นแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่จะวางบนโต๊ะและมักจะลืมเพรัคิดว่ากองกระดาษทิชชู่นั้นคือขยะนั่นเอง หรือถ้าหากลืมแล้วนึกขึ้นได้แล้วกลับมาเอาที่ร้านที่เรากินข้านั้นเจ้าของร้านก็อาจจะเก็บทิ้งไปแล้วเช่นกันนั่นเองเพราะคิดว่าคือกองขยะนั่นเอง ดังนั้นแล้วการดูแลรักษารีเทรนเนอร์ไม่ให้สูญหายนั้นก็คือการเก็บรักษาใส่กล่องสำหรับใส่รีเทรนเนอร์และนำใส่กระเป๋าดีที่สุดไม่ควรวางบนโต๊ะเช่นกันและการคิดทุกครั้งหลังกินข้าวเสร็จว่าเรานั้นจะต้องสวมใส่รีเทรนเนอร์ ซึ่งการใช้วิธีนี้นั้นถิว่าได้ผลในเรื่องการป้องกันรีเทรนเนอร์สูญหายอย่างมาก เพราะเมื่อเรามีการทำเป็นนิสัยจะทำให้เรานั้นไม่หลงลืมและทำสูญหายนั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

สุขภาพ

ความสุขชั่วคราวกับโรคติดต่อ

คุณเคยต้องผิดหวังกับความรักจนไม่สามารถคิดที่จะมีความรักอีกครั้งไหม แน่นอนว่าหลายๆ คนก็เคยเจอกับความรักที่แย่สุดในชีวิต บางคนเจอบ่อยชินจนรู้ศึกชินชากับเรื่องนี้ แต่บางคนก็เลือกจะปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อทีจะรอค่อยความรักครั้งใหม่ที่ดีกว่าเดิม แต่บางคนก็เลือกที่จะประชดชีวิตของตัวให้แย่กว่าเดิมโดยการมีความสัมพันธ์ทางการกับคนแปลกหน้า

แน่นอนว่าทุกคนต้องเคยเจอความรักที่แย่  ที่ชีวิตนี้ไม่อาจที่จะมามารถมีความรักได้อีกเลย แต่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องประชดชีวิตความรักด้วยการมีความสัมพันธ์ทางกาย กับคนแปลกหน้าไปวัน แต่การที่คุณ      มีอะไรกับคนแปลกหน้าไม่ใช้ว่าไม่ดีถ้าคุณรู้จักที่จะป้องกัน  การป้องกันไม่ใช้แค่ป้องกันไม่ให้ท้องแต่ยังเป็นการป้องกันจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  อย่างโรคเอดส์

แต่เมื่อพูดถึงโรคเอดส์ในสมัยนี้คุณก็คงจะไม่กลัวมันหรอกเพราะสมัยนี้เป็นโรคเอดส์แล้วไม่ตายและไม่ต้องทรมาน  เพราะการแพทย์สมัยนี้นั้นมีความพัฒนาไปมากกว่าสมัยก่อนมาก  ถ้าคุณไปพบแพทย์การที่กำหนดคุณก็ไม่ต้องทรมาน แต่คุณคงจะลืมไปว่าต่อให้ยาดีแค่ไหนช่วยบรรเทาความทุกทางกายของคุณได้  แต่ยาเหล่านั้นไม่สามารถที่จะช่วยบรรเทาความทุกทางจิตรใจได้ เพราะคุณอาจะลืมมองคนรอบข้างว่า  ถ้าเขารู้ว่าคุณติดโรคจากการมีความสัมพันธ์ทางกายกับคนแปลกหน้า

เพราะต้องการที่จะประชดชีวิตความรัก เขาคงเอาเรื่องของคุณไปพูดในทางที่ไม่ดีอย่างแน่นอน เพราะเขาคงจะไม่เข้าใจในเหตุผลที่คุณนั่นทำไปจนเกิดความผิดพลาด โดยการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างโรคเอดส์    ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  มีเพียงแค่กินยาเพื่อบรรเทาอาการไม่ให้หนักไปมากกว่านี้        ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเลือกได้คุณคงจะไม่อยากให้เรื่องแบบนี้  มันเกิดต้องมาเกิดกับชีวิตคุณ เพราะลำพังกับความรักที่แย่แล้วชีวิตยังต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้อีก

ต่อให้คุณจะผิดหวังความรักมามากมายแค่ไหน  แต่คุณก็ไม่ควรจะเอาชีวิตที่มีค่าของคุณไปเสี่ยงกับการที่จะติดโรค เพราะคุณสามารถเลือกที่จะปรับเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้นกว่าเดิม แล้วพอถึงเวลานั้นอาจจะมีใครสักคนที่รักคุณจริงเข้ามาอย่างแน่นอน  โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องประชดชีวิตด้วยการทำอะไรแย่ๆ แบบนั้นลงไป

 

 

ขอบคุณ  ชุดตรวจ hiv  ที่ให้การสนับสนุน

สุขภาพ

การวิ่งดีอย่างไร

การวิ่งดีอย่างไรทำไมเราจึงควรต้องออกไปวิ่งกัน แน่นอนว่าสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญและสุขภาพในที่นี่นั้นไม่ได้หมายถึงสุขภาพกายเพียงอย่างเดียวแต่รวมไปถึงสุขภาพใจด้วยนั่นเอง ซึ่งการวิ่งนั้นเป็นการออกกำลังกายที่เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ทำให้มีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นและเกิดการเผาผลาญพลังงานจากการวิ่ง การวิ่งนั้นสามารถช่วยลดน้ำหนักและเห็นผลได้จริงหากมีการวิ่งที่เหมาะสมและต่อเนื่อง

การวิ่งนั้นนอกจากจะได้ความแข็งแรงของร่างกายแล้วนั้น ยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้และนอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อด้วย และสามารถช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงและทำให้อาการเหล่านี้ดีขึ้นได้ด้วย และสุขภาพทางใจที่ดีขึ้นเพราะเมื่อเวลาที่เราวิ่งนั้นเราจะได้อยู่กับตัวเองทำให้เรานั้นมีสมาธิมากขึ้นและช่วยในเรื่องการทำงานที่ดีขึ้นทำให้เรามีสมาธิจึงสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆให้ดีขึ้นได้นั่นเอง เมื่อเรามีจิตใจที่ดีแล้วนั้นก็จะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น และเมื่อเราได้ไปร่วมวิ่งกับคนอื่นๆหรือเพื่อนๆก็ทำให้เราได้เปิดมุมมองของตัวเองเพิ่มมากขึ้น ได้ในเรื่องการเข้าสังคมการมีเพื่อนการได้ปรึกษาหารือที่หมู่เพื่อนที่ได้ร่วมวิ่งด้วยกันทำให้เราสามารถเอาตัวเองออกจากภาระงานประจำที่เราทำอยู่ได้ และยังไประสบการณ์มุมมองของหลายๆอาชีพจากเพื่อนนักวิ่งด้วยกัน ทำให้เรามีประสบการณ์ในด้านนี้เพิ่มมากขึ้นด้วย

การเตรียมตัวก่อนและหลังในการวิ่ง สิ่งที่สำคัญคือเราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าสุขภาพเราอำนวยแค่ไหน หากเป็นคนที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจหรือผู้สูงอายุอาจจะต้องประเมินเรื่องสุขภาพตัวเองก่อนว่าสามารถออกมาวิ่งได้มากขนาดไหน เรื่องของการแต่งกายควรแต่งกายด้วยชุดที่เหมาะสมในการวิ่งและรองเท้าเป็นสิ่งที่สำคัญในการวิ่งอย่างมากควรเลือกรองเท้าที่เหมาะกับสภาพเท่าและน้ำหนักตัวของเราด้วย การเตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อนออกมาวิ่งหรือการวอร์มอัพเพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมเต็มที่ 

ก่อนออกกำลังกาย 1-2 ชม. ควรรับประทานอะไรรองท้องเสียก่อน เช่นอาหารที่ให้พลังงานพอสมควรเช่น อาหารพวกแป้ง น้ำตาลก็จะสามารถทำให้เราใช้พลังงานที่ดีขึ้นได้ กล้วย เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานที่ดีก่อนออกกำลังกาย และแน่นอนว่าการวิ่งต้องมีการเสียเหงื่ออย่างแน่นอน การดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อนและหลังก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ดังนั้นควรจะดื่มน้ำให้เพียงพอแต่ไม่ควรดื่มเยอะไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการจุกขณะวิ่งได้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

สุขภาพ

สุขภาพผิวแย่ลงเมื่อมองข้ามสิ่งเหล่านี้

คุณกำลังประสบปัญหาเรื่องผิวมองคล้ำอยู่หรือไม่ หรือมีความรู้สึกว่าผิวไม่กระจ่างใส ผิวแห้ง ผิวหยาบกร้าน นานาปัญหาที่เกิดขึ้นกับทั้งสุขภาพผิวหน้า และผิวกาย สิ่งแรกที่เรามักจะโทษอยู่เสมอนั้นก็คือ แสงแดด จริงอยู่นะว่าแสงแดดคือหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิดของเรานั้นแย่ลง เพราะในแสงแดดนั้นมีรังสียูวีที่สามารถทำลายผิวหนังของเราให้ดำ ไหม้ รู้สึกแสบร้อนได้

แต่ในบางทีนั้นเราชอบลืมว่าผลเสียที่เดจากผิวเรานั้นมันมาได้จากสาเหตุอื่นๆได้เช่นกัน และเป็นสาเหตุที่ใครหลายๆคนชอบลืม หรือนึกไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ ซึ่งวันนี้ทางเว็บ  แทงหวยลาว  จะมีอะไรบ้างนั้นแนะนำโดยมีดังนี้

  • อาหารเสริม จริงอยู่ว่าการทานอาหารเสริมจะทำให้ร่างกายเรานั้นดึงสารอาหารตรงนั้นไปใช้ เพื่อเสริมในส่วนที่เราต้องการ แต่ชื่อมันก็บอกอยู่ใช่หรือไม่ว่าคือ “อาหารเสริม” เพราะฉะนั้นแล้วปัจจัยที่สำคัญก็คือ “อาหารหลัก” ถ้าเราไม่ทานอาหารหลักอย่างถูกต้อง การทานอาหารเสริมก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากหนัก ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะหวังผลจากอาหารเสริมกันมาก ในความเป็นจริงมันผิดวิธี อาหารเสริมนั้นเป็นสารอาหารที่จะเข้าไปเสริมกับอาหารหลัก เพื่อให้ระบบกลไกการทำงานนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถ้าหากไม่ทานอาหารหลัก อาหารเสริมก็เหมือนทานไปเสียเปล่า
  • ใช้ครีมผิด ถ้าเรามีความต้องการที่จะให้นั้นมีความขาว ความกระจ่างใส เราจะต้องเลือกใช้ครีมที่เหมาะสมกับความต้องการของเรา ทุกๆครั้งในการเลือกซื้อครีมจะต้องดูส่วนประกอบข้างฉลากให้ดีว่าในครีมนั้นอุดมไปด้วยอะไร ซึ่งสารอาหารหลักๆของผิว วิตามินซี วิตามินเอ คอลาเจน และถ้าหากจะเพิ่มความขาวใสมากขึ้นให้หาครีมที่มีไวท์เทรนนิ่งผสมอยู่ด้วย หลายคนมองข้ามข้อนี้ไปและคิดว่าครีมอะไรก็เหมือนๆกันหมด แท้จริงแล้วไม่เป็นแบบนั้น เพราะครีมมักจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ ฟื้นฟูสภาพผิว และ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

การนอน ถือว่าข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะหลายๆคนนั้นมองข้ามข้อนี้ไปมากกว่าข้ออื่น ถึงแม้ว่าเราจะทานอาหารดี ทั้งอาหารหลักและอาหารเสริม หรือทาครีมที่เหมาะสมกับความต้องการ แต่ถ้าหากนอนดึกแล้วก็เหมือนกับว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดนั้นสูญเปล่า และจะเห็นผลได้ช้าหรือไม่เห็นผลเลย เพราะระบบการซ่อนแซมและฟื้นฟูสภาพผิวจะทำงานช่วงเวลา 23.00 – 02.00 น.

ถ้าในช่วงเวลานี้ไม่ได้นอน เท่ากับว่าเปิดการทำงานของผิวไว้ตลอดเวลา จะไม่การนำสารอาหารที่รับประทานเข้าไปส่งมาฟื้นฟูผิว นอกจะทำให้ผิวกายหยาบกร้าน ผิวหน้าหมองคล้ำ ยังทำให้ใต้ตาของเราเหมือนหมีแพนด้าอีกด้วย ซึ่งเป็นการบ่งบอว่าเรานั้นอยู่ในภาวะการนอนดึกเรื้อรัง ถ้าหากใครอยากมีสุขภาพผิวดีควรจะเข้านอนก่อน 22.00 น. หรือ 22.30 น.

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

ยาเลื่อนรอบเดือนใช้อย่างไร

ยาเลื่อนรอบเดือนใช้อย่างไร

การใช้ยาเลื่อนรอบเดือน
ด้วยธรรมชาติของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะอยู่โดยประมาณ 2 อาทิตย์ ก่อนรอบเดือนจะมา ด้วยเหตุผลดังกล่าวแนวทางยอดเยี่ยมจำเป็นต้องเริ่มรับประทานยาก่อนวันที่คาดว่ามีเมนส์โดยประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนให้ทัน ถ้าหากรับประทานยาเพื่อเลื่อนในวันที่มีรอบเดือนแล้ว หรือก่อนมีเมนส์เพียงแต่ 2-3 วัน บางทีก็อาจจะไม่เป็นผล เพราะธรรมชาติทราบดีว่าไม่มีการฝังตัวอ่อน ร่างกายก็เลยเริ่มขั้นตอนการสร้างรอบเดือนไปตามเดิมแล้ว โดยการกินยาจะต้องรับประทานวันแล้ววันเล่ากระทั่งอยากให้มีรอบเดือนอีกทีก็เลยหยุดรับประทานยา

เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ยาเลื่อนเมนส์
สำหรับคนที่รอบเดือนมาไม่บ่อยนัก หรือไม่สามารถคาดคะเนวันที่จะมีรอบเดือนได้ การกินยาเลื่อนรอบเดือนมักไม่เป็นผล เนื่องด้วยไม่รู้จักวันตกไข่ที่เด่นชัด เหตุเพราะยาเลื่อนรอบเดือนเป็นกรุ๊ปฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ถึงแม้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมายังไม่พบว่าส่งผลต่อการเกิดโรคมะเร็งหรือเนื้องอกในช่องคลอดอะไร ทำให้สามารถรับประทานยาเลื่อนรอบเดือนได้นับเป็นเวลาหลายวันและก็หลายๆ ครั้ง แต่ว่าแม้กระนั้น แม้ใช้ยานานเหลือเกินระบบร่างกายบางทีอาจกำเนิดความสับสน นำมาซึ่งการทำให้บางทีอาจจำต้องใช้เวลานานเพื่อปรับนิสัยกลับไปสู่สภาวะธรรมดา ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยไม่สมควรใช้ยาเกิน 1 อาทิตย์และก็ควรที่จะใช้เท่าที่มีความจำเป็นเพียงแค่นั้น

ในคนที่มีเลือดไหลไม่ปกติ แล้วก็ยังไม่เคยรู้ว่าเลือดนั้นใช่ประจำเดือนหรือเปล่า หรือมีเหตุที่เกิดจากอะไร ควรจะเจอหมอเพื่อตรวจค้นก้อนเนื้อหรือโรคมะเร็งและก็ปัจจัยที่ชัดเจน เหตุเพราะการกินยาเลื่อนรอบเดือนบางทีอาจบังลักษณะของโรคได้

ในกรณีที่ไม่รู้จักว่าท้อง การกินยาเพื่อเลื่อนเมนส์ยังจัดว่าไม่เป็นอันตรายต่อการตั้งท้อง เนื่องจากว่าขณะท้องร่างกายจะสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตั้งแต่ก่อนจะมีการท้อง เพื่อรองรับตัวอ่อน เพียงพอมีการฝังตัวฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะยิ่งมากยิ่งขึ้น โดยเหตุนั้นยาเลื่อนเมนส์ก็เลยไม่เป็นผลต่อการท้อง

คนที่รับประทานยาคุมเสมอๆบ่อย ไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานยาเพื่อเลื่อนรอบเดือน แม้กระนั้นสามารถเลื่อนเมนส์ได้โดยรับประทานยาคุมกำเนิดที่รับประทานเสมอๆถัดไป ถ้าหมดแผงก็สามารถเริ่มรับประทานแผงใหม่ได้ตลอด ไปจนกระทั่งอยากให้มีรอบเดือนก็หยุดรับประทานยาคุมนั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้ได้กับยาเม็ดคุมกำเนิดมาตรฐานที่มี 21 เม็ด แต่ว่าถ้าหากเป็นแบบ 28 เม็ด จะมีตัวฮอร์โมนเพียงแค่ 21 เม็ด แล้วก็เป็นเม็ดแป้ง 7 เม็ด แนวทางรับประทานเป็นทิ้งเม็ดแป้งแล้วก็นำยาแผงใหม่มากินต่อจาก 21 เม็ด ดังนี้คนที่รับประทานยาคุมกำเนิดอยู่แล้วไม่สมควรรับประทานยาเลื่อนเมนส์ ในทางตรงกันข้ามยาเลื่อนเมนส์นั้นไม่สามารถใช้แทนยาคุมได้ เนื่องมาจากไม่มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการคุ้มครองการตั้งท้องเช่นเดียวกัน หากแม้ยาเลื่อนรอบเดือนจะไม่เป็นผลร้ายต่อสภาพร่างกาย แต่ว่าการใช้ยานานๆหรือบ่อยเกินความจำเป็น อาจจะทำให้ระบบการมีรอบเดือนมีความสับสน และจะต้องใช้เวลาเพื่อปรับสภาพร่างกายสู่ภาวะสมดุลปกติ โดยเหตุนี้จึงต้องควรใช้ยาเพื่อเลื่อนรอบเดือนเท่าที่มีความจำเป็นเพียงแค่นั้น
ทั้งนี้หากมีลักษณะอาการแตกต่างจากปกติ หรือไม่มั่นใจเกี่ยวกับการมีรอบเดือนให้ขอความเห็นสูตินรีแพทย์เพื่อหามูลเหตุ รับคำชี้แนะและการดูแลรักษาอย่างแม่นยำ

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

พฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

รู้หรือไม่ พฤติกรรมที่คุณกำลังทำอยู่อย่างคุ้นชิน กำลังทำลายสมองของคุณอยู่ เพราะการดูแลตัวเองให้สมบูรณ์เพอร์เฟคเป็นเรื่องยากกว่าการที่เราจะเผลอไปทำร้ายสุขภาพตัวเอง เพราะว่าทุกวันนี้เราอาจมองพฤติกรรมไม่ดีเป็นสิ่งที่เฉยๆ ทำได้ไม่ผิดมาตลอด วันนี้เราจะมาพูดถึงพฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน มาบอกเตือนกัน ไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

1. ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน
น้ำถือเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรบริโภคให้เพียงพอต่อวัน เพราะน้ำเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ทุกเซลล์ในร่างกายประกอบด้วยน้ำ มากกว่าครั้งขององค์ประกอบในร่างกาย คือ น้ำ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นั้นระบุว่า การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันนั้นทำร้ายสมองของคุณเป็นอย่างยิ่ง และส่งผลต่อกระบวนการรับรู้ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ วางแผน หรือ แม้กระทั่งการตัดสินใจ ดังนั้นการดื่มน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันจึงสำคัญมาก ต่อสุขภาพสมอง ถ้าดื่มน้ำให้เป็นนิสัยจะทำให้ร่างกายของคุณดีขึ้นอย่างที่คุณคิดไม่ถึงเลยทีเดียว เมื่อรู้อย่างนี้จะมัวรออะไร หยิบแก้วไปเติมน้ำมาดื่มกันเลย

2. นอนไม่เพียงพอ หรือ พฤติกรรมการนอนที่ไม่เหมาะสม
แน่นอนเลยว่าการที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อย หรืออดนอน ไม่ว่าจะเพื่ออะไรย่อมมีอาการบางอย่างที่บ่งบอกว่า ร่างกายกำลังแย่เสมอ เช่น การโต้รุ่งอ่านหนังสือเพื่อไปสอบ สิ่งแรกที่คุณรับรู้เมื่อเช้าแล้ว คือ อาการมึนๆ ตื้อๆ เหมือนกำลังจะเบลอ เป็นต้น เรารู้กันอยู่แล้วว่า การนอนที่เพียงพอจะอยู่ที่ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะร่างกายจะได้พักผ่อนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่หลายคนก็นอนดึก หรือ นอนไม่เพียงพอ เพราะต้องอ่านหนังสือ ทำงานดึก ดังนั้นเราควรจัดตารางการนอนของตนเองให้เหมาะสม เพื่อที่ร่างกายและสมองจะได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ จำไว้ว่าเมื่อใดที่คุณนอนน้อยคุณกำลังฆ่าเซลล์สมองของคุณด้วยตัวของคุณเอง