สุขภาพ

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

       คุณเคยมีอาการปวดหลังบริเวณเอวส่วนล่าง หรือรู้สึกปวดที่หลังมากๆในตอนที่นั่งงอตัวหรือไม่ ถ้าเคยแสดงว่าตอนนี้คุณมีความเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ และนอกจากอาการที่หลังแล้วเรายังสามารถสังเกตความเสี่ยงนี้ได้อีกจากอาการของความปวดที่เกิดขึ้นที่ขา โดยอาการที่แสดงที่ขามีได้ 3 แบบ คือ อาการปวด ชา หรือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการปวดหรือชาขาที่เกิดขึ้นจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้นมีลักษณะคือ มีอาการตามแนวที่เส้นประสาทวิ่งไป จะรู้สึกถึงอาการปวดได้ตั้งแต่บริเวณเอว ต้นขา น่อง ลามไปจนถึงบริเวณเท้าและนิ้วเท้าได้ อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อก็มีลักษณะที่คล้ายกับอาการปวดและชา คือจะมีการอ่อนแรงของมัดกล้ามเนื้อที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นที่ถูกกดทับนั้น

      อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นโรคอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความเสื่อมของร่างกายมนุษย์ หมอนรองกระดูกสันหลังนั้นเปรียบเสมือนโช๊คอัพที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง โดยมีคุณสมบัติในการยืดหยุ่น เพื่อรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการใช้งานของกระดูกสันหลังในเวลาที่เรามีการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเดินหรือกระโดดนั่นเอง ในช่วงวัยที่เราอายุยังน้อยภายในหมอนรองกระดูกสันหลังนั้นจะมีองค์ประกอบของน้ำเป็นส่วนที่สำคัญ แต่พอเวลานานไปของทุกอย่างก็ย่อมเสื่อมโทรมลงเป็นปกติ ซึ่งเปอร์เซ็นต์ของน้ำในหมอนรองกระดูกสันหลังเองก็จะลดลงเช่นกัน โดยในปัจจุบันโรคหมอนรองกระดูกสันหลังที่เกิดขึ้น

และพบบ่อยนั้นก็คือภาวะของหมอนรองกระดูกสันหลังที่เสื่อม อย่างที่เราทราบกันว่าความเสื่อมที่เกิดขึ้นมักจะมาจากอายุที่มากขึ้น กล่าวคือเราได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน แต่ในปัจจุบันโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมนี้เองก็สามารถพบได้ในคนที่มีอายุตั้งแต่ 25-50 ปี ภาวะนี้เกิดจากตัวหมอนรองกระดูกเกิดภาวะที่แห้งลงจนทำให้เสียความยืดหยุ่นไป พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราเองที่มีส่วนสำคัญทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยของร่างกายก่อนวัยอันควร โดยถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ เราจึงพบคนที่มีอาการเช่นนี้ได้บ่อยที่สุดในกลุ่มของคนวัยทำงาน และนอกจากนี้ยังพบในกลุ่มผู้สูงอายุด้วย ซึ่งมีสาเหตุมาจากความเสื่อมถอยของร่างกาย 

       เมื่อทราบถึงอาการเบื้องต้นและสาเหตุของการเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแล้ว ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป เพราะในปัจจุบันมีวิธีรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โดยวิธีการรักษาก็ย่อมขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งจะมีตั่งแต่เริ่มจากการทานยาเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบไปจนถึงการทำกายภาพบำบัด และอาจจะมีการฉีดยาลดการอักเสบที่เส้นประสาทในกรณีที่มีอาการรุนแรงจนอาจจะต้องได้รับการเข้าผ่าตัด อย่างไรก็ตามการที่เรารู้จักที่จะป้องกันตัวเองไม่ให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนั้นย่อมเป็นทางที่ดีกว่า โดยที่เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเบื้องต้น

ได้ด้วยการหลีกเลี่ยงที่จะไม่ยกของหนัก หรือยกของท่าเดิมๆมากเกินไป มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถในการทำงานทุกๆ 2-3 ชั่วโมง และหมั่นออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องให้แข็งแรง สุดท้ายนี้ก็ขอฝากให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น เพื่อให้มีอายุที่ยืนยาวและได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยเบียดเบียน

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

สุขภาพ

ปัญหาเกี่ยวกับช่องปาก 

คุณเคยคุยกับใครแล้วเกือบต้องเสียมารยาทหันหน้านี้เขาคนนั้นบ้างไหม กลิ่นอะไรมันจะรุ่นแรงมากมายขนาดนั้น หากว่าคุณเคยรู้สึกแบบนี้ แล้วคุณเคยสำรวจกลิ่นปากของตัวเองบ้างไหมว่า เวลาที่คุณคุยกับใคร มีใครมีอาการไม่อยากคุยกับคุณบ้างหรือเปล่า ปัญหากลิ่นปากมีที่มาหลายเหตุผล ทั้งเรื่องอาหารที่เรารับประทานเข้าไป หรือเราเป็นโรคเกี่ยวกับในช่องปาก เช่น ปัญหาเหงือกอักเสบหรือปัญหาฟันผุ หากคุณลองสำรวจตัวเองแล้วพบว่ากำลังเริ่มเข้าข่ายของการมีปัญหานี้ หรือไม่อยากเจอปัญหาเกี่ยวกับ ช่องปากอยางนี้ เรามาหาวิธีดูแลช่องปากของเรากันเถอะ

เริ่มจากการหาสาเหตุที่ทำให้เราปากเหม็นกันก่อนค่ะว่าเกิดได้จากสาเหตุอะไรบ้าง จากการศึกษามาพบว่าสาเหตุของปากเหม็นนั้นมาจาก 

  • อาหารที่เรากินเข้าไปนี่ละค่ะ เพราะอาหารบางชนิดมีกลิ่นฉุนรุนแรงดังนั้นเมื่อทานเข้าไปจึงทำให้เรามีกลิ่นปากได้
  • นอกจากอาหารแล้วเครื่องดื่มที่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิดและแม้แต่การสูบบุหรี่ก็เป็นตัวการทำให้ปากเรามีกลิ่นเหม็นได้เหมือนกัน
  • ปัญหาสุขภาพในช่องปากและฟัน ซึ่งปัญหานี้มีผลต่อกลิ่นเหม็นในช่องปากของเราเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องฟันผุ การมีเศษอาหารติดตามซอกฟัน หรือเกิดจากปัญหาเหงือกอักเสบ 
  • การเป็นโรคบางชนิดก็มีผลเกี่ยวพันธ์กับช่องปากเหมือนกัน เช่นโรคไซนัสอักเสบ  โรคเกี่ยวกับปอด  หรือโรคทอนซิบอักเสบ ดังนั้นการเป็นโรคต่างๆเหล่านี้ ควรรีบไปรักษากับแพทย์ที่ชำนาญการโดยด่วน 
  • นอกจากโรคต่างๆแล้วเรื่องของระบบการย่อยอาหาร ระบบการขับถ่ายไม่ปกติก็มีผลต่อกลิ่นปากของเราทั้งสิ้น 

         ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน เรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยมีผลกระทบต่อการมีกลิ่นปากของเราทั้งสิ้น โดยหากเรามีกลิ่นในช่องปากเราอาจเกิดโรคในช่องปากได้ด้วย มาดูกันว่าโรคในช่องปากมีอะไรบ้าง 

  • โรคร้อนใน  คืออาการเป็นแผลในปากโรคนี้มักจะเป็นๆหายๆ เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • โรครำมะนาด คือการมีหนองที่เหงือก ฟันจะโยกไปมาก มีอาการปวดอักเสบและมีเลือดออกที่ฟัน
  • โรคมะเร็งในช่องปาก สาเหตุเกิดจากมีแผลในช่องนานเกินไป และมักเป็นสำหรับคนที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป 

เพื่อไม่ให้เกิดโรคต่างๆเหล่านี้ เราจึงควรดูแลช่องปากของเราให้สะอาดอยู่เสมอ เช่น การแปลงฟันทุกวันอย่างน้อยเช้าเย็นครั้งละ 3-5 นาที และถ้าเป็นไปได้หลังทานอาหารให้บ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหาร เมื่อเวลาทานอาหารควรกินอาหารที่ช่วยในการทำความสะอาดฟันบ้าง เช่นการกินมันแกว  และควรพยายามใช้ฟันให้ครบทุกซี่ในการเคี้ยวอาหาร หากคุณใส่ฟันปลอมควรถอดล้างทุกครั้งหลังทานอาหาร  พักผ่อนให้เพียงพอ  งดเครื่องดื่มที่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์และควรงดทานอาหารที่ไม่กลิ่นฉุนรุนแรง  ที่สำคัญควรไปพบทันตแพทย์ทุกๆ6 เดือนหรือถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับฟันควรให้หมอฟันรีบรักษาทันที 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

สุขภาพ

การดูแลและรักษารีเทรนเนอร์

รีเทรนเนอร์เป็นเครื่องมือและอุปกรณ์ที่คนจัดฟันนั้นจะรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นอุปกรณ์ที่จะต้องใส่หลังการจัดฟันไปอย่างน้อย5-10ปีนั่นเอง เพื่อที่จะคงสภาพฟันที่ได้ผ่านการจัดมานั้นไม่ให้ล้มหรือผิดทรงไปจากเดิมนั่นเอง และอุปรณ์ในการรักษาหลังการจากฟันเพื่อให้ฟันยังคงสภาพที่สวยงามไว้นักถือว่าเจ้ารีเทรนเนอร์นี้นั้นเป็นปัญหากับหลายๆคนมาก

และเรื่องส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหานั้นไม่ใช่เรื่องการใส่หรือไม่ใส่เพียงเท่านั้นแต่เป็นเรื่องในการดูแลรักษาเจ้ารีเทรนเนอร์นั่นเอง เชื่อว่าหลายคนจะต้องเคยเจอทั้งปัญหาลืมรีเทรนเนอร์บ้าง รีเทรนเนอร์หักบ้าง หรือการเกิดสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับรีเทรนเนอร์นั่นเอง

โดยเรื่องที่พบบ่อยและเป็นปัญหาที่สุดจะเป็นการเก็บรักษาอย่างไรไม่ให้รีเทรนเนอร์นั้นสูญหายหรือเกิดการหายในขณะที่ถอดนั่นเอง เพราะในการใส่รีเทรนเนอร์ในช่วงแรกๆหังการถอดเครื่องมืออกนั้นจะต้องมีการใส่รีเทรนเนอร์อยู่ตลอดเวลาและถอดเฉพาะตอนกินข้าวเท่านั้นและในการออกไปกินข้าวนอกบ้านนั้นจึงเกิดเป็นปัญหาใหญ่ในการลืมรีเทรนเนอร์นั่นเอง ทำให้ต้องเสียเงินในการทำรีเทรนเนอร์ใหม่อยู่หลายครั้งหลายหน และราคาในการทำรีเทรนเนอร์แต่ละครั้งนั้นถือว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงคือ3-4พันบาทเลยทีเดียว 

ทำให้รีเทรนเนอร์นั้นถือเป็นสิ่งที่เกิดรายจ่ายที่สิ้นเปลืองนั่นเอง ซึ่งวิธีการเก็บดูรักษารีเทรนเนอร์ไม่ให้เกิดการสูญหายนั้นสามารถทำได้โดยการใช้กล่องพลาสติกโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการแถมมาให้จากคลินิคพร้อมกับรีเทรนเนอร์นั่นเอง โดยการที่เก็บรีเทรนเนอร์ในกล่องพลาสติกแทนการห่อกระดาษทิชชู่นั้นจะสามารถช่วยในเรื่องการสูญหายอย่างดีมากเพราะเมื่อเราเอารีเทรนเนอร์ใส่กล่องนั้นเพราะเราสามารถตีจะเก็บลงในกระเป๋าได้หรือถ้าหากวางไว้บนโต๊ะเราก็จะสามารถรู้ได้ว่าเราลืมกล่องนั้นคือกล่องของเรานั่นเอง

แต่ถ้าหากเป็นการถอดรีเทรนเนอร์แล้วห่อไว้ในทิชชู่นั้นแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่จะวางบนโต๊ะและมักจะลืมเพรัคิดว่ากองกระดาษทิชชู่นั้นคือขยะนั่นเอง หรือถ้าหากลืมแล้วนึกขึ้นได้แล้วกลับมาเอาที่ร้านที่เรากินข้านั้นเจ้าของร้านก็อาจจะเก็บทิ้งไปแล้วเช่นกันนั่นเองเพราะคิดว่าคือกองขยะนั่นเอง ดังนั้นแล้วการดูแลรักษารีเทรนเนอร์ไม่ให้สูญหายนั้นก็คือการเก็บรักษาใส่กล่องสำหรับใส่รีเทรนเนอร์และนำใส่กระเป๋าดีที่สุดไม่ควรวางบนโต๊ะเช่นกันและการคิดทุกครั้งหลังกินข้าวเสร็จว่าเรานั้นจะต้องสวมใส่รีเทรนเนอร์ ซึ่งการใช้วิธีนี้นั้นถิว่าได้ผลในเรื่องการป้องกันรีเทรนเนอร์สูญหายอย่างมาก เพราะเมื่อเรามีการทำเป็นนิสัยจะทำให้เรานั้นไม่หลงลืมและทำสูญหายนั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

สุขภาพ

ความสุขชั่วคราวกับโรคติดต่อ

คุณเคยต้องผิดหวังกับความรักจนไม่สามารถคิดที่จะมีความรักอีกครั้งไหม แน่นอนว่าหลายๆ คนก็เคยเจอกับความรักที่แย่สุดในชีวิต บางคนเจอบ่อยชินจนรู้ศึกชินชากับเรื่องนี้ แต่บางคนก็เลือกจะปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อทีจะรอค่อยความรักครั้งใหม่ที่ดีกว่าเดิม แต่บางคนก็เลือกที่จะประชดชีวิตของตัวให้แย่กว่าเดิมโดยการมีความสัมพันธ์ทางการกับคนแปลกหน้า

แน่นอนว่าทุกคนต้องเคยเจอความรักที่แย่  ที่ชีวิตนี้ไม่อาจที่จะมามารถมีความรักได้อีกเลย แต่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องประชดชีวิตความรักด้วยการมีความสัมพันธ์ทางกาย กับคนแปลกหน้าไปวัน แต่การที่คุณ      มีอะไรกับคนแปลกหน้าไม่ใช้ว่าไม่ดีถ้าคุณรู้จักที่จะป้องกัน  การป้องกันไม่ใช้แค่ป้องกันไม่ให้ท้องแต่ยังเป็นการป้องกันจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  อย่างโรคเอดส์

แต่เมื่อพูดถึงโรคเอดส์ในสมัยนี้คุณก็คงจะไม่กลัวมันหรอกเพราะสมัยนี้เป็นโรคเอดส์แล้วไม่ตายและไม่ต้องทรมาน  เพราะการแพทย์สมัยนี้นั้นมีความพัฒนาไปมากกว่าสมัยก่อนมาก  ถ้าคุณไปพบแพทย์การที่กำหนดคุณก็ไม่ต้องทรมาน แต่คุณคงจะลืมไปว่าต่อให้ยาดีแค่ไหนช่วยบรรเทาความทุกทางกายของคุณได้  แต่ยาเหล่านั้นไม่สามารถที่จะช่วยบรรเทาความทุกทางจิตรใจได้ เพราะคุณอาจะลืมมองคนรอบข้างว่า  ถ้าเขารู้ว่าคุณติดโรคจากการมีความสัมพันธ์ทางกายกับคนแปลกหน้า

เพราะต้องการที่จะประชดชีวิตความรัก เขาคงเอาเรื่องของคุณไปพูดในทางที่ไม่ดีอย่างแน่นอน เพราะเขาคงจะไม่เข้าใจในเหตุผลที่คุณนั่นทำไปจนเกิดความผิดพลาด โดยการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างโรคเอดส์    ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  มีเพียงแค่กินยาเพื่อบรรเทาอาการไม่ให้หนักไปมากกว่านี้        ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเลือกได้คุณคงจะไม่อยากให้เรื่องแบบนี้  มันเกิดต้องมาเกิดกับชีวิตคุณ เพราะลำพังกับความรักที่แย่แล้วชีวิตยังต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้อีก

ต่อให้คุณจะผิดหวังความรักมามากมายแค่ไหน  แต่คุณก็ไม่ควรจะเอาชีวิตที่มีค่าของคุณไปเสี่ยงกับการที่จะติดโรค เพราะคุณสามารถเลือกที่จะปรับเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้นกว่าเดิม แล้วพอถึงเวลานั้นอาจจะมีใครสักคนที่รักคุณจริงเข้ามาอย่างแน่นอน  โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องประชดชีวิตด้วยการทำอะไรแย่ๆ แบบนั้นลงไป

 

 

ขอบคุณ  ชุดตรวจ hiv  ที่ให้การสนับสนุน

สุขภาพ

การวิ่งดีอย่างไร

การวิ่งดีอย่างไรทำไมเราจึงควรต้องออกไปวิ่งกัน แน่นอนว่าสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญและสุขภาพในที่นี่นั้นไม่ได้หมายถึงสุขภาพกายเพียงอย่างเดียวแต่รวมไปถึงสุขภาพใจด้วยนั่นเอง ซึ่งการวิ่งนั้นเป็นการออกกำลังกายที่เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ทำให้มีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นและเกิดการเผาผลาญพลังงานจากการวิ่ง การวิ่งนั้นสามารถช่วยลดน้ำหนักและเห็นผลได้จริงหากมีการวิ่งที่เหมาะสมและต่อเนื่อง

การวิ่งนั้นนอกจากจะได้ความแข็งแรงของร่างกายแล้วนั้น ยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้และนอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อด้วย และสามารถช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงและทำให้อาการเหล่านี้ดีขึ้นได้ด้วย และสุขภาพทางใจที่ดีขึ้นเพราะเมื่อเวลาที่เราวิ่งนั้นเราจะได้อยู่กับตัวเองทำให้เรานั้นมีสมาธิมากขึ้นและช่วยในเรื่องการทำงานที่ดีขึ้นทำให้เรามีสมาธิจึงสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆให้ดีขึ้นได้นั่นเอง เมื่อเรามีจิตใจที่ดีแล้วนั้นก็จะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น และเมื่อเราได้ไปร่วมวิ่งกับคนอื่นๆหรือเพื่อนๆก็ทำให้เราได้เปิดมุมมองของตัวเองเพิ่มมากขึ้น ได้ในเรื่องการเข้าสังคมการมีเพื่อนการได้ปรึกษาหารือที่หมู่เพื่อนที่ได้ร่วมวิ่งด้วยกันทำให้เราสามารถเอาตัวเองออกจากภาระงานประจำที่เราทำอยู่ได้ และยังไประสบการณ์มุมมองของหลายๆอาชีพจากเพื่อนนักวิ่งด้วยกัน ทำให้เรามีประสบการณ์ในด้านนี้เพิ่มมากขึ้นด้วย

การเตรียมตัวก่อนและหลังในการวิ่ง สิ่งที่สำคัญคือเราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าสุขภาพเราอำนวยแค่ไหน หากเป็นคนที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจหรือผู้สูงอายุอาจจะต้องประเมินเรื่องสุขภาพตัวเองก่อนว่าสามารถออกมาวิ่งได้มากขนาดไหน เรื่องของการแต่งกายควรแต่งกายด้วยชุดที่เหมาะสมในการวิ่งและรองเท้าเป็นสิ่งที่สำคัญในการวิ่งอย่างมากควรเลือกรองเท้าที่เหมาะกับสภาพเท่าและน้ำหนักตัวของเราด้วย การเตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อนออกมาวิ่งหรือการวอร์มอัพเพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมเต็มที่ 

ก่อนออกกำลังกาย 1-2 ชม. ควรรับประทานอะไรรองท้องเสียก่อน เช่นอาหารที่ให้พลังงานพอสมควรเช่น อาหารพวกแป้ง น้ำตาลก็จะสามารถทำให้เราใช้พลังงานที่ดีขึ้นได้ กล้วย เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานที่ดีก่อนออกกำลังกาย และแน่นอนว่าการวิ่งต้องมีการเสียเหงื่ออย่างแน่นอน การดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อนและหลังก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ดังนั้นควรจะดื่มน้ำให้เพียงพอแต่ไม่ควรดื่มเยอะไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการจุกขณะวิ่งได้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

สุขภาพ

สุขภาพผิวแย่ลงเมื่อมองข้ามสิ่งเหล่านี้

คุณกำลังประสบปัญหาเรื่องผิวมองคล้ำอยู่หรือไม่ หรือมีความรู้สึกว่าผิวไม่กระจ่างใส ผิวแห้ง ผิวหยาบกร้าน นานาปัญหาที่เกิดขึ้นกับทั้งสุขภาพผิวหน้า และผิวกาย สิ่งแรกที่เรามักจะโทษอยู่เสมอนั้นก็คือ แสงแดด จริงอยู่นะว่าแสงแดดคือหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิดของเรานั้นแย่ลง เพราะในแสงแดดนั้นมีรังสียูวีที่สามารถทำลายผิวหนังของเราให้ดำ ไหม้ รู้สึกแสบร้อนได้

แต่ในบางทีนั้นเราชอบลืมว่าผลเสียที่เดจากผิวเรานั้นมันมาได้จากสาเหตุอื่นๆได้เช่นกัน และเป็นสาเหตุที่ใครหลายๆคนชอบลืม หรือนึกไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ ซึ่งวันนี้ทางเว็บ  แทงหวยลาว  จะมีอะไรบ้างนั้นแนะนำโดยมีดังนี้

  • อาหารเสริม จริงอยู่ว่าการทานอาหารเสริมจะทำให้ร่างกายเรานั้นดึงสารอาหารตรงนั้นไปใช้ เพื่อเสริมในส่วนที่เราต้องการ แต่ชื่อมันก็บอกอยู่ใช่หรือไม่ว่าคือ “อาหารเสริม” เพราะฉะนั้นแล้วปัจจัยที่สำคัญก็คือ “อาหารหลัก” ถ้าเราไม่ทานอาหารหลักอย่างถูกต้อง การทานอาหารเสริมก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากหนัก ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะหวังผลจากอาหารเสริมกันมาก ในความเป็นจริงมันผิดวิธี อาหารเสริมนั้นเป็นสารอาหารที่จะเข้าไปเสริมกับอาหารหลัก เพื่อให้ระบบกลไกการทำงานนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถ้าหากไม่ทานอาหารหลัก อาหารเสริมก็เหมือนทานไปเสียเปล่า
  • ใช้ครีมผิด ถ้าเรามีความต้องการที่จะให้นั้นมีความขาว ความกระจ่างใส เราจะต้องเลือกใช้ครีมที่เหมาะสมกับความต้องการของเรา ทุกๆครั้งในการเลือกซื้อครีมจะต้องดูส่วนประกอบข้างฉลากให้ดีว่าในครีมนั้นอุดมไปด้วยอะไร ซึ่งสารอาหารหลักๆของผิว วิตามินซี วิตามินเอ คอลาเจน และถ้าหากจะเพิ่มความขาวใสมากขึ้นให้หาครีมที่มีไวท์เทรนนิ่งผสมอยู่ด้วย หลายคนมองข้ามข้อนี้ไปและคิดว่าครีมอะไรก็เหมือนๆกันหมด แท้จริงแล้วไม่เป็นแบบนั้น เพราะครีมมักจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ ฟื้นฟูสภาพผิว และ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

การนอน ถือว่าข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะหลายๆคนนั้นมองข้ามข้อนี้ไปมากกว่าข้ออื่น ถึงแม้ว่าเราจะทานอาหารดี ทั้งอาหารหลักและอาหารเสริม หรือทาครีมที่เหมาะสมกับความต้องการ แต่ถ้าหากนอนดึกแล้วก็เหมือนกับว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดนั้นสูญเปล่า และจะเห็นผลได้ช้าหรือไม่เห็นผลเลย เพราะระบบการซ่อนแซมและฟื้นฟูสภาพผิวจะทำงานช่วงเวลา 23.00 – 02.00 น.

ถ้าในช่วงเวลานี้ไม่ได้นอน เท่ากับว่าเปิดการทำงานของผิวไว้ตลอดเวลา จะไม่การนำสารอาหารที่รับประทานเข้าไปส่งมาฟื้นฟูผิว นอกจะทำให้ผิวกายหยาบกร้าน ผิวหน้าหมองคล้ำ ยังทำให้ใต้ตาของเราเหมือนหมีแพนด้าอีกด้วย ซึ่งเป็นการบ่งบอว่าเรานั้นอยู่ในภาวะการนอนดึกเรื้อรัง ถ้าหากใครอยากมีสุขภาพผิวดีควรจะเข้านอนก่อน 22.00 น. หรือ 22.30 น.

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

ยาเลื่อนรอบเดือนใช้อย่างไร

ยาเลื่อนรอบเดือนใช้อย่างไร

การใช้ยาเลื่อนรอบเดือน
ด้วยธรรมชาติของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะอยู่โดยประมาณ 2 อาทิตย์ ก่อนรอบเดือนจะมา ด้วยเหตุผลดังกล่าวแนวทางยอดเยี่ยมจำเป็นต้องเริ่มรับประทานยาก่อนวันที่คาดว่ามีเมนส์โดยประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนให้ทัน ถ้าหากรับประทานยาเพื่อเลื่อนในวันที่มีรอบเดือนแล้ว หรือก่อนมีเมนส์เพียงแต่ 2-3 วัน บางทีก็อาจจะไม่เป็นผล เพราะธรรมชาติทราบดีว่าไม่มีการฝังตัวอ่อน ร่างกายก็เลยเริ่มขั้นตอนการสร้างรอบเดือนไปตามเดิมแล้ว โดยการกินยาจะต้องรับประทานวันแล้ววันเล่ากระทั่งอยากให้มีรอบเดือนอีกทีก็เลยหยุดรับประทานยา

เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ยาเลื่อนเมนส์
สำหรับคนที่รอบเดือนมาไม่บ่อยนัก หรือไม่สามารถคาดคะเนวันที่จะมีรอบเดือนได้ การกินยาเลื่อนรอบเดือนมักไม่เป็นผล เนื่องด้วยไม่รู้จักวันตกไข่ที่เด่นชัด เหตุเพราะยาเลื่อนรอบเดือนเป็นกรุ๊ปฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ถึงแม้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมายังไม่พบว่าส่งผลต่อการเกิดโรคมะเร็งหรือเนื้องอกในช่องคลอดอะไร ทำให้สามารถรับประทานยาเลื่อนรอบเดือนได้นับเป็นเวลาหลายวันและก็หลายๆ ครั้ง แต่ว่าแม้กระนั้น แม้ใช้ยานานเหลือเกินระบบร่างกายบางทีอาจกำเนิดความสับสน นำมาซึ่งการทำให้บางทีอาจจำต้องใช้เวลานานเพื่อปรับนิสัยกลับไปสู่สภาวะธรรมดา ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยไม่สมควรใช้ยาเกิน 1 อาทิตย์และก็ควรที่จะใช้เท่าที่มีความจำเป็นเพียงแค่นั้น

ในคนที่มีเลือดไหลไม่ปกติ แล้วก็ยังไม่เคยรู้ว่าเลือดนั้นใช่ประจำเดือนหรือเปล่า หรือมีเหตุที่เกิดจากอะไร ควรจะเจอหมอเพื่อตรวจค้นก้อนเนื้อหรือโรคมะเร็งและก็ปัจจัยที่ชัดเจน เหตุเพราะการกินยาเลื่อนรอบเดือนบางทีอาจบังลักษณะของโรคได้

ในกรณีที่ไม่รู้จักว่าท้อง การกินยาเพื่อเลื่อนเมนส์ยังจัดว่าไม่เป็นอันตรายต่อการตั้งท้อง เนื่องจากว่าขณะท้องร่างกายจะสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตั้งแต่ก่อนจะมีการท้อง เพื่อรองรับตัวอ่อน เพียงพอมีการฝังตัวฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะยิ่งมากยิ่งขึ้น โดยเหตุนั้นยาเลื่อนเมนส์ก็เลยไม่เป็นผลต่อการท้อง

คนที่รับประทานยาคุมเสมอๆบ่อย ไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานยาเพื่อเลื่อนรอบเดือน แม้กระนั้นสามารถเลื่อนเมนส์ได้โดยรับประทานยาคุมกำเนิดที่รับประทานเสมอๆถัดไป ถ้าหมดแผงก็สามารถเริ่มรับประทานแผงใหม่ได้ตลอด ไปจนกระทั่งอยากให้มีรอบเดือนก็หยุดรับประทานยาคุมนั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้ได้กับยาเม็ดคุมกำเนิดมาตรฐานที่มี 21 เม็ด แต่ว่าถ้าหากเป็นแบบ 28 เม็ด จะมีตัวฮอร์โมนเพียงแค่ 21 เม็ด แล้วก็เป็นเม็ดแป้ง 7 เม็ด แนวทางรับประทานเป็นทิ้งเม็ดแป้งแล้วก็นำยาแผงใหม่มากินต่อจาก 21 เม็ด ดังนี้คนที่รับประทานยาคุมกำเนิดอยู่แล้วไม่สมควรรับประทานยาเลื่อนเมนส์ ในทางตรงกันข้ามยาเลื่อนเมนส์นั้นไม่สามารถใช้แทนยาคุมได้ เนื่องมาจากไม่มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการคุ้มครองการตั้งท้องเช่นเดียวกัน หากแม้ยาเลื่อนรอบเดือนจะไม่เป็นผลร้ายต่อสภาพร่างกาย แต่ว่าการใช้ยานานๆหรือบ่อยเกินความจำเป็น อาจจะทำให้ระบบการมีรอบเดือนมีความสับสน และจะต้องใช้เวลาเพื่อปรับสภาพร่างกายสู่ภาวะสมดุลปกติ โดยเหตุนี้จึงต้องควรใช้ยาเพื่อเลื่อนรอบเดือนเท่าที่มีความจำเป็นเพียงแค่นั้น
ทั้งนี้หากมีลักษณะอาการแตกต่างจากปกติ หรือไม่มั่นใจเกี่ยวกับการมีรอบเดือนให้ขอความเห็นสูตินรีแพทย์เพื่อหามูลเหตุ รับคำชี้แนะและการดูแลรักษาอย่างแม่นยำ

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

พฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

รู้หรือไม่ พฤติกรรมที่คุณกำลังทำอยู่อย่างคุ้นชิน กำลังทำลายสมองของคุณอยู่ เพราะการดูแลตัวเองให้สมบูรณ์เพอร์เฟคเป็นเรื่องยากกว่าการที่เราจะเผลอไปทำร้ายสุขภาพตัวเอง เพราะว่าทุกวันนี้เราอาจมองพฤติกรรมไม่ดีเป็นสิ่งที่เฉยๆ ทำได้ไม่ผิดมาตลอด วันนี้เราจะมาพูดถึงพฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน มาบอกเตือนกัน ไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

1. ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน
น้ำถือเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรบริโภคให้เพียงพอต่อวัน เพราะน้ำเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ทุกเซลล์ในร่างกายประกอบด้วยน้ำ มากกว่าครั้งขององค์ประกอบในร่างกาย คือ น้ำ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นั้นระบุว่า การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันนั้นทำร้ายสมองของคุณเป็นอย่างยิ่ง และส่งผลต่อกระบวนการรับรู้ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ วางแผน หรือ แม้กระทั่งการตัดสินใจ ดังนั้นการดื่มน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันจึงสำคัญมาก ต่อสุขภาพสมอง ถ้าดื่มน้ำให้เป็นนิสัยจะทำให้ร่างกายของคุณดีขึ้นอย่างที่คุณคิดไม่ถึงเลยทีเดียว เมื่อรู้อย่างนี้จะมัวรออะไร หยิบแก้วไปเติมน้ำมาดื่มกันเลย

2. นอนไม่เพียงพอ หรือ พฤติกรรมการนอนที่ไม่เหมาะสม
แน่นอนเลยว่าการที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อย หรืออดนอน ไม่ว่าจะเพื่ออะไรย่อมมีอาการบางอย่างที่บ่งบอกว่า ร่างกายกำลังแย่เสมอ เช่น การโต้รุ่งอ่านหนังสือเพื่อไปสอบ สิ่งแรกที่คุณรับรู้เมื่อเช้าแล้ว คือ อาการมึนๆ ตื้อๆ เหมือนกำลังจะเบลอ เป็นต้น เรารู้กันอยู่แล้วว่า การนอนที่เพียงพอจะอยู่ที่ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะร่างกายจะได้พักผ่อนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่หลายคนก็นอนดึก หรือ นอนไม่เพียงพอ เพราะต้องอ่านหนังสือ ทำงานดึก ดังนั้นเราควรจัดตารางการนอนของตนเองให้เหมาะสม เพื่อที่ร่างกายและสมองจะได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ จำไว้ว่าเมื่อใดที่คุณนอนน้อยคุณกำลังฆ่าเซลล์สมองของคุณด้วยตัวของคุณเอง

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

ช่วงที่กำลังทานเจ ออกกำลังกายได้หรือไม่

เป็นใครก็ต้องงงเมื่อมีคนพูดกันว่า ถ้ากินเจ ห้ามออกกำลังกาย จริงหรือ? พวกเขาเหล่านั้นคงคิดว่าในแต่ละวันที่ทานเจร่างกายจะได้รับโปรตีนในปริมาณที่ไม่เพียงพอซึ่งถ้าให้ออกกำลังกายอีกร่างกายต้องแย่ลงแน่ๆ ความจริงคืออะไร ไปดูกันเลย

ในความเป็นจริง ถึงแม้ว่าคุณกำลังทานเจอยู่คุณก็สามารถที่จะออกกำลังกายได้ตามปกติ เพียงแค่ต้องเลือกออกกำลังกายที่เบา ไม่หนัก ในผู้ชายหรือผู้หญิงบางคนที่เลือกออกกำลังหนักๆ ไปไกลถึงขั้นยกเวท สร้างกล้ามเนื้อแขน ขา หน้าท้องกันอย่างจริงจังนั้น หากรับประทานโปรตีนเข้าไปในร่างกายไม่มากพอ ก็จะส่งผลให้การออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อได้ผลไม่เต็มที่อย่างเคย และหากกินเจไม่ถูกวิธี รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ อาจส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ง่ายกว่าเดิมอีกด้วย

ช่วงเทศกาลกินเจ ทานอะไรดี?
– นมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ โปรตีนเกษตร เป็นทั้งแหล่งโปรตีนและธาตุเหล็กสูง ช่วยสลายคอเลสเตอรอล
– ธัญพืชต่างๆ เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน งาดำ งาขาว ควินัว เมล็ดเซีย เพิ่มวิตามินและกรดไขมันที่ดี
– เห็ดชนิดต่างๆ มีกรดไขมัน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย
– ผัก ผลไม้หลากหลายสี จะช่วยทำให้เราได้รับวิตามินที่หลากหลาย
– ข้าวกล้อง ช่วยเพิ่มวิตามิน และเกลือแร่ให้กับร่างกาย บำรุงสมอง กระดูก และช่วยในเรื่องการขับถ่าย
– ซุปมิโสะ ใส่เต้าหู้กับสาหร่ายวากาเมะยิ่งดี (แต่อย่าใส่ต้นหอมนะ) อร่อยและมีโปรตีนด้วย

เพียงคุณเลือกทานให้เหมาะสม ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องงดออกกำลังกาย หรือหาข้ออ้างมาเลี่ยงการออกกำลังกายได้แล้ว

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

นอนไม่หลับอาจเพราะทานสิ่งเหล่านี้เข้าไป

ปัญหานอนไม่หลับนอกเหนือจากความเครียดที่สะสม หรือบรรยากาศรอบๆ ข้างที่อาจจะส่งผลกระทบให้เรานอนไม่หลับหรือมีผลต่อการนอนของเราแล้ว สิ่งที่เราทานเข้าไปก่อนนอนก็อาจจะมีผลต่อการนอนหลับของเรา มาสำรวจกันสักหน่อยดีกว่าว่าอาหาร และยาที่เราได้ทานเข้าไปก่อนนอน จะมีส่วนทำให้เรานอนไม่หลับหรือไม่

อาหาร

  1. คาเฟอีน ที่มาจาก ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง ควรงดดื่มก่อนเข้านอนอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง
  2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งเหล้า เบียร์ วิสกี้ ไวน์ รวมไปถึงยาน้ำที่ผสมแอลกอฮอล์ บางคนอาจจะคิดว่าการดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยให้เราง่วง หลับสบาย แต่ความจริงแล้ว อาจไม่ใช่เสมอไป และต่อให้หลับได้ก็ไม่ได้หลับแบบมีคุณภาพ ยิ่งถ้าเมามากๆ มีสิทธิ์เมาค้างทรมานได้ง่ายๆ

ยา

  1. ยากระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยาที่ทำให้จมูกโล่ง รวมไปถึงยาเส้นในบุหรี่
  2. ยากดความอยากอาหาร หรือยาจำพวกยาลดความอ้วน นอกจากทำให้นอนไม่หลับแล้ว ยังอาจมีอาการข้างเคียงที่เป็นอันตรายอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ประสาทหลอน หงุดหงิดง่าย ใจสั่น
  3. ยาขยายหลอดลม ยาสเตียรอยด์ อาจจะมีผลข้างเคียงในบางราย เช่น มือสั่น ใจสั่น ปวดศีรษะ เหน็บชา หรือคลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น
  4. ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด ยาขับปัสสาวะ ยาเบต้าบล็อกเกอร์บางชนิด อาจมีผลข้างเคียงทำให้นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาหารไม่ย่อยได้เช่นกัน

ในกรณีเป็นอาหาร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ก่อนเวลาเข้านอน 4-6 ชั่วโมง ส่วนยาที่ทานอยู่ หากสงสัยว่ามีผลข้างเคียงทำให้นอนไม่หลับหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร แพทย์โดยอาจพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ตัวยาที่ดีกว่า หรือให้ผลข้างเคียงน้อยกว่ามาให้แทน