สุขภาพ

เกล็ดความรู้โรคอัลไซเมอร์

สำหรับคนที่เป็นอัลไซเมอร์ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นผู้หญิงหรือว่าเป็นผู้ชายมากกว่ากันต้องบอกแบบนี้ก่อนว่าอัลไซเมอร์จริงๆแล้วตามตัวเลขในWorld Referenceก็คือผู้หญิงจะเป้นมากกว่าผู้ชายประมาณสัก2ใน3นี่จะเป็นผู้หญิงแล้วผู้ชายก็จะประมาณ1ใน3

โดยจริงๆแล้วมีหลายสาเหตุที่ผู้หยิงเป็นมากกว่าผู้ชายแต่สาเหตุที่เราเชื่อว่าน่าจะเป็นสาเหตุหลักคือผู้หญิงหน่วยความจำของร่างกายมนุษย์ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเพศผู้ชายเราแก่เหมือนกันแต่เราไม่มีภาวะหมดประจำเดือน

เพราฉะนั้นแล้วเราจะแก่แบบเป็นสโลปค่อยๆถือว่าเป็นข้อดีของการเป็นผู้ชายผู้หญิงเป็นผู้เสียสละเสมอว่าคลอดลูกก็ต้องคลอดเองต้องแบกรับคือมีสิทธิ์การที่อายุจะมากและชราวัยกว่าเพื่อนและทางบ้านที่เราได้สอนไปหลายครั้งต้องให้เกีรติและให้เครดิตของเพศหญิงมากกว่าเพศชายเพราะเขาเสียสละเยอะทีเดียว

นอกจากนี้เพศหญิงมีภาวะวัยทองมาเกี่ยวข้องทำให้ฮอร์โมนเพศหญิงตกลงมาเยอะหลังวัย50ปีเป็นต้นไปทำให้เซลล์ประสาทบางส่วนเสื่อมลงวัยกว่าปกติเดี๋ยวนี้เองในการวิจัยในสมาคมโลกนี่คนอายุเกิน60ไปประมาณสัก20-30%มีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์เกิน80ปีไม่ต้องพูดถึงเลยมีเยอะเลยเกือบๆครึ่งหนึ่งของอัตราการเกิดโรคนี้

เนื่องจากเรื่องของเพศนอกจากเรื่องของอายุแล้วชาติพันธุ์มีส่วนไหมว่าฝรั่งกับคนเอเซียนั้นโอกาสที่จะเกิดอัลไซเมอร์นั้นอันไหนเป็นเยอะมากกว่ากันตัวนี้จริงๆแล้วถ้ามีข้อมูลเยอะคือฝรั่งเขาทำวิจัยเยอะจริงๆตรงนี้เราว่าถ้าเป็นผู้สูงอายุมีโอกาสใกล้เคียงกันชาติพันธุ์ถ้าเราไปนับในแถบแอฟริกา

ซึ่งมันอาจจะมีแต่ไม่ได้จดไว้ดังนั้นเราอาจจะวัดกันยากว่าชาติไหนเป็นเยอะเป็นน้อยแต่ทุกคนที่อายุมากนี่มีสิทธิ์เป็นเขาให้นับคนที่อายุมากกว่าไม่ว่าคุณจะเป็นคนชาติไหนอายุและเรื่องของน้ำหนักก็เกี่ยวข้องปัจจัยที่กระตุ้นให้อัลไซเมอร์เป็นเยอะอัลไซเมอร์นั้นปัญหาอยู่ที่ไหนทำไมคนถึงกลัวแต่ว่าจับต้องยาก

เพราะการวินิจฉัยที่เป็นGold Standardจริงๆเลยก็ต้องมาดูทฤษฎีว่ามันเป็นเพราะอะไรGold Standardเลยคือต้องรอให้คนไข้เสียชีวิตก่อนแล้วก็ต้องผ่าสมองมาดูว่ามีสารที่ชื่อว่าเบต้าไมลอยด์

โดยสารเบต้าไมลอยด์คิดภาพคร่าวๆเหมือนกับเมือกไขมันที่เกาะตามเซลล์สมองวันนี้พูดเป็นความรู้ว่าสมองงคนเราเหมือนก้อนกลมๆเราจะมีเซลล์สมองอยู่เยอะทุกครั้งเวลาเขาสั่งการจะมีสารที่ยิงออกไปเขาเรียกอะซิติลโคลีนเบต้าไมลอยด์นี่ต้องจำศัพท์เหมือนกันว่าอาจจะมาจากพวกไขมันที่เรากินน้ำหนักที่เราเพิ่มขึ้นหรืออะไรก็ตามเขาก็จะไปเคลือบตามปลายประสาท

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

สุขภาพ

สุขภาพผิวแย่ลงเมื่อมองข้ามสิ่งเหล่านี้

คุณกำลังประสบปัญหาเรื่องผิวมองคล้ำอยู่หรือไม่ หรือมีความรู้สึกว่าผิวไม่กระจ่างใส ผิวแห้ง ผิวหยาบกร้าน นานาปัญหาที่เกิดขึ้นกับทั้งสุขภาพผิวหน้า และผิวกาย สิ่งแรกที่เรามักจะโทษอยู่เสมอนั้นก็คือ แสงแดด จริงอยู่นะว่าแสงแดดคือหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิดของเรานั้นแย่ลง เพราะในแสงแดดนั้นมีรังสียูวีที่สามารถทำลายผิวหนังของเราให้ดำ ไหม้ รู้สึกแสบร้อนได้

แต่ในบางทีนั้นเราชอบลืมว่าผลเสียที่เดจากผิวเรานั้นมันมาได้จากสาเหตุอื่นๆได้เช่นกัน และเป็นสาเหตุที่ใครหลายๆคนชอบลืม หรือนึกไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ ซึ่งวันนี้ทางเว็บ  แทงหวยลาว  จะมีอะไรบ้างนั้นแนะนำโดยมีดังนี้

  • อาหารเสริม จริงอยู่ว่าการทานอาหารเสริมจะทำให้ร่างกายเรานั้นดึงสารอาหารตรงนั้นไปใช้ เพื่อเสริมในส่วนที่เราต้องการ แต่ชื่อมันก็บอกอยู่ใช่หรือไม่ว่าคือ “อาหารเสริม” เพราะฉะนั้นแล้วปัจจัยที่สำคัญก็คือ “อาหารหลัก” ถ้าเราไม่ทานอาหารหลักอย่างถูกต้อง การทานอาหารเสริมก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากหนัก ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะหวังผลจากอาหารเสริมกันมาก ในความเป็นจริงมันผิดวิธี อาหารเสริมนั้นเป็นสารอาหารที่จะเข้าไปเสริมกับอาหารหลัก เพื่อให้ระบบกลไกการทำงานนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถ้าหากไม่ทานอาหารหลัก อาหารเสริมก็เหมือนทานไปเสียเปล่า
  • ใช้ครีมผิด ถ้าเรามีความต้องการที่จะให้นั้นมีความขาว ความกระจ่างใส เราจะต้องเลือกใช้ครีมที่เหมาะสมกับความต้องการของเรา ทุกๆครั้งในการเลือกซื้อครีมจะต้องดูส่วนประกอบข้างฉลากให้ดีว่าในครีมนั้นอุดมไปด้วยอะไร ซึ่งสารอาหารหลักๆของผิว วิตามินซี วิตามินเอ คอลาเจน และถ้าหากจะเพิ่มความขาวใสมากขึ้นให้หาครีมที่มีไวท์เทรนนิ่งผสมอยู่ด้วย หลายคนมองข้ามข้อนี้ไปและคิดว่าครีมอะไรก็เหมือนๆกันหมด แท้จริงแล้วไม่เป็นแบบนั้น เพราะครีมมักจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ ฟื้นฟูสภาพผิว และ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

การนอน ถือว่าข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะหลายๆคนนั้นมองข้ามข้อนี้ไปมากกว่าข้ออื่น ถึงแม้ว่าเราจะทานอาหารดี ทั้งอาหารหลักและอาหารเสริม หรือทาครีมที่เหมาะสมกับความต้องการ แต่ถ้าหากนอนดึกแล้วก็เหมือนกับว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดนั้นสูญเปล่า และจะเห็นผลได้ช้าหรือไม่เห็นผลเลย เพราะระบบการซ่อนแซมและฟื้นฟูสภาพผิวจะทำงานช่วงเวลา 23.00 – 02.00 น.

ถ้าในช่วงเวลานี้ไม่ได้นอน เท่ากับว่าเปิดการทำงานของผิวไว้ตลอดเวลา จะไม่การนำสารอาหารที่รับประทานเข้าไปส่งมาฟื้นฟูผิว นอกจะทำให้ผิวกายหยาบกร้าน ผิวหน้าหมองคล้ำ ยังทำให้ใต้ตาของเราเหมือนหมีแพนด้าอีกด้วย ซึ่งเป็นการบ่งบอว่าเรานั้นอยู่ในภาวะการนอนดึกเรื้อรัง ถ้าหากใครอยากมีสุขภาพผิวดีควรจะเข้านอนก่อน 22.00 น. หรือ 22.30 น.