ข่าวที่น่าสนใจ

ตายเพราะกินแมงดาถ้วย พิษร้ายแรงเหมือนพิษปลาปั๊กเป้า

  

          เมื่อ วันที่ 2 เดือนตุลาคม  ปี พ.ศ. 2563   ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเสียชีวิตจากการกินแมงดาเข้าไป

 โดยแม่ของผู้เสียชีวิตชื่อว่านางสมใจ ได้เล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ลูกสาวของตนเองเสียชีวิตว่า  นางสนใจและลูกสาวได้ไปบริเวณป่าชายเลนเพื่อหาหอยแครงมารับประทาน แต่บังเอิญว่าไม่มีหอยแครงเลยมีเพียงแค่แมงดาทะเลเท่านั้น  ซึ่งสามารถจับมาได้ทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน  โดยลูกสาวได้เอาแมงดา 1 ตัวไปเผาและกินในตอนแรกนั้นนางสมใจได้ขอกินด้วยแต่ลูกสาวไม่ยอมให้  หลังจากที่ลูกสาวกินแมงดาเผาเสร็จก็มีอาการอาเจียนออกมาทันทีอีกทั้งยังมีอาการเดินเซและยังบ่นว่าเวียนหัวด้วย  นางสมใจจึงได้พาลูกสาวส่งโรงพยาบาลตรวจอาการทันที 

           อย่างไรก็ตามแต่นางสมใจบอกว่าหลังจากที่ตรวจดูอาการแล้วคุณหมอก็ให้ลูกสาวของเธอนั้นกลับบ้านเพิ่งมาพักผ่อนอยู่ที่บ้านแต่เมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฏว่าอาการลูกสาวของเธอนั้นแย่ลงเริ่มมีอาการตัวเขียวมือเขียวเธอจึงจำเป็นต้องโทรเรียกให้หน่วยกู้ภัย 1669   มาช่วยพาส่งลูกสาวของเธอนั้นไปโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตซึ่งโรคภัยมาถึงก็ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการปั๊มหัวใจหลังจากนั้นก็พาส่งโรงพยาบาลแต่ก็สายเกินไปเสียแล้วเพราะลูกสาวของเธอนั้นเสียชีวิตลง

           ทำให้นางสมใจรู้สึกว่ากันแก้ไขปัญหาของโรงพยาบาลแรกที่เธอพาลูกสาวไปรักษานั้นไม่ดูแลลูกสาวของเธอให้ดีทั้งที่รู้ว่าลูกสาวของเธอนั้นมีอาการหนักแต่ก็ยังปล่อยให้กลับบ้านซึ่งนางสมใจบอกว่าตอนที่ไปโรงพยาบาลในครั้งแรกนั้นเดินได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแล้วว่าลูกสาวของเธอนั้นถูกคิดของแมงดาซึ่งคิดว่าผิดน่าจะรุนแรงและคิดว่าน่าจะเป็นแมงดาถ้วยแต่ทางด้านเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็ไม่ได้สนใจและปล่อยให้ลูกสาวของเธอกลับมาจนอาการแย่ลง 

              ทางด้านผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของสัตว์น้ำทางทะเลออกมาพูดถึงสัตว์มีพิษอย่างแมงดาถ้วยว่าสัตว์ชนิดนี้มีพิษร้ายแรงมากระดับความรุนแรงของพิษนั้นพอๆกับการกินพิษของปลาปักเป้าเลยทีเดียวซึ่งทางด้านผู้เชี่ยวชาญยังบอกอีกว่าอาจจะกินแมงดานั้นต้องเลือกกินแมงดาจานถึงจะสามารถกินได้

     สำหรับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้   จะต้องมีการตรวจสอบการให้บริการของโรงพยาบาลแรกที่ไม่ดูแลผู้ป่วยให้ดีและปล่อยให้ผู้ป่วยกลับบ้านจนอาการกำเริบอย่างหนักจนถึงแก่ความตายเพราะหากมีการตรวจสอบและเชื่อรายละเอียดที่ทางผู้ป่วยได้มีการแจ้งไปก็น่าจะรู้ว่าถ้าตนเองไม่สามารถควบคุมหรือรักษาอาการพิษของแมงดาถ้วยได้จำเป็นต้องส่งไปที่โรงพยาบาลขนาดใดเพื่อรักษาอาการต่อไม่ควรให้ผู้ป่วยกลับบ้านจนถึงแก่ความตายนั้นเอง    

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ไทย